Page 17 - รายงานราชบัณฑิต ๒๕๖๐ web
P. 17

ร า ย ง า น ป ร ะ จำ า ปี  ๒ ๕ ๖ ๐  สำ า นั ก ง า น ร า ช บั ณ ฑิ ต ย ส ภ า






                 ราชบัณฑิตยสถานทำาหน้าที่เลขานุการสภา และรองเลขาธิการราชบัณฑิตยสถานทำาหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการสภา
                 ส่วนข้าราชการประจำา มีเลขาธิการราชบัณฑิตยสถานเป็นหัวหน้าส่วนราชการ และมีรองเลขาธิการ

                 ราชบัณฑิตยสถานช่วยปฏิบัติราชการ กำากับดูแลการปฏิบัติงานด้านวิชาการและงานธุรการของสำานักงาน
                 เลขานุการกรม กองธรรมศาสตร์และการเมือง กองวิทยาศาสตร์ และกองศิลปกรรม รวมทั้งประสานการดำาเนิน

                 งานกับทุกสำานัก

                        การดำาเนินงานด้านวิชาการ ดำาเนินงานในรูปของคณะกรรมการวิชาการ เพื่อจัดประชุมพิจารณาศัพท์
                 บัญญัติศัพท์ จัดทำาคำาอธิบายศัพท์ในสาขาวิชาต่าง ๆ ตลอดจนกำาหนดหลักเกณฑ์ทางภาษา แล้วนำาผลงาน

                 ซึ่งเป็นองค์ความรู้เผยแพร่สู่ประชาชนในช่องทางต่าง ๆ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เข้าถึง
                 ความต้องการของประชาชนได้อย่างกว้างขวาง และมีการรับฟังความคิดเห็นเพื่อนำามาปรับปรุงการให้บริการ

                 ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

                        นอกจากนี้ ราชบัณฑิตยสถานได้จัดทำาโครงการเผยแพร่องค์ความรู้ในศาสตร์สาขาต่าง ๆ และการ
                 อนุรักษ์และส่งเสริมภาษาไทยหลายโครงการ มีโครงการ รู้ รัก ภาษาไทย ซึ่งเป็นโครงการสำาคัญตามนโยบาย

                 ของรัฐบาล, โครงการภาษาและวัฒนธรรมอาเซียน, โครงการนโยบายภาษาแห่งชาติ และมีการติดต่อแลกเปลี่ยน

                 ความรู้และประสานงานกับองค์การปราชญ์และสถาบันทางวิชาการอื่น ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย
                 ราชบัณฑิตยสถานได้ดำาเนินงานตามพันธกิจในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และบำารุงสรรพวิชามาอย่างต่อเนื่อง

                 ผลงานทางวิชาการของราชบัณฑิตยสถานซึ่งเป็นที่รู้จักและใช้เป็นแหล่งอ้างอิงและเป็นมาตรฐานในการ

                 เขียนหนังสือไทย ทั้งหนังสือราชการและในการศึกษาเล่าเรียน ให้เป็นระเบียบเดียวกัน คือ พจนานุกรม
                 ฉบับราชบัณฑิตยสถาน

                        ในปี ๒๕๕๖ ราชบัณฑิตยสภาโดยสภาราชบัณฑิตเห็นเป็นการสมควรเปลี่ยนชื่อ “ราชบัณฑิตยสถาน”
                 เป็น “ราชบัณฑิตยสภา” อันเป็นชื่อเดิมที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ ๑๙

                 เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๙ เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาส ๑๒๐ ปี พระบรมราชสมภพ รวมทั้งปรับปรุงอำานาจหน้าที่

                 และการบริหารงานวิชาการของราชบัณฑิตยสภาให้แพร่หลายแก่วงวิชาการของประเทศและประชาชนทั่วไป
                 มากขึ้น ประกอบกับให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการสมาชิกราชบัณฑิตยสภาเพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิก

                 ราชบัณฑิตยสภา และกำาหนดให้รายได้ที่ราชบัณฑิตยสภาได้รับจากการบริหารทางด้านวิชาการและการจัด
                 การศึกษาอบรมสามารถนำาไปจ่ายในการดำาเนินการตามอำานาจหน้าที่ของสำานักงานราชบัณฑิตยสภาโดยไม่ต้อง

                 นำาส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน  เพื่อให้มีความคล่องตัวในการบริหารงานวิชาการมากขึ้น

                        ในปี ๒๕๕๘ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้มีพระบรมราชโองการ
                 โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่าเป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยราชบัณฑิตยสถาน

                 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตราพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. ๒๕๕๘

                 ซึ่งได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๑๐ ก ลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ และมีผลบังคับใช้
                 ตั้งแต่วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นไป ชื่อหน่วยงาน “ราชบัณฑิตยสถาน” จึงเปลี่ยนเป็น “สำานักงาน

                 ราชบัณฑิตยสภา” และ “สภาราชบัณฑิต” เปลี่ยนเป็น “ราชบัณฑิตยสภา”




                                                                                                             15
   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22