Page 18 - รายงานราช61
P. 18

ร า ย ง า น ป ร ะ จํ า ปี  ๒ ๕ ๖ ๑  สํ า นั ก ง า น ร า ช บั ณ ฑิ ต ย ส ภ า





                     พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๖ ให้ราชบัณฑิตยสภาเป็นสถานที่บำารุงสรรพวิชา

              ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงสถาปนาขึ้น มีวัตถุประสงค์ที่จะค้นคว้า และวิจัยเพื่อเผยแพร่
              ส่งเสริมแลกเปลี่ยนความรู้ พัฒนา อนุรักษ์ และให้บริการทางวิชาการให้เป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศ

              และประชาชน มาตรา ๑๒ ราชบัณฑิตยสภามีสมาชิก ๓ ประเภท คือ ๑. ภาคีสมาชิก ๒. ราชบัณฑิต
              ๓. ราชบัณฑิตกิตติศักดิ์ และมาตรา ๒๔  ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้มีสภาขึ้นในสำานักงานราชบัณฑิตยสภา เรียกว่า

              “ราชบัณฑิตยสภา” ประกอบด้วยนายกราชบัณฑิตยสภา เป็นนายกสภา อุปนายกราชบัณฑิตยสภา ๒ คน

              เป็นอุปนายกสภา ราชบัณฑิตทุกคนเป็นกรรมการสภา โดยมีเลขาธิการราชบัณฑิตยสภาเป็นเลขานุการสภา และ
              รองเลขาธิการราชบัณฑิตยสภาเป็นผู้ช่วยเลขานุการสภา

                     ตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้สำานักงานราชบัณฑิตยสภา
              เป็นส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ซึ่งไม่สังกัดสำานักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง

              ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มีอำานาจหน้าที่ตามมาตรา ๘ ดังนี้

                     (๑)  ค้นคว้า วิจัย และบำารุงสรรพวิชา แล้วนำาผลงานที่ได้สร้างสรรค์ออกเผยแพร่ให้เป็นคุณประโยชน์
              แก่ประเทศและประชาชน

                     (๒)  ติดต่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสานงานทางวิชาการกับองค์การปราชญ์และสถาบันทางวิชาการ

              อื่น ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
                     (๓)  ให้ความเห็น คำาแนะนำา และคำาปรึกษาทางวิชาการแก่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี

                     (๔)  จัดการศึกษาอบรมและพัฒนาทางวิชาการเกี่ยวกับภาษาไทย ภาษาไทยถิ่น และสาขาวิชา ตาม

              มาตรา ๑๐ และให้ประกาศนียบัตรชั้นสูง ประกาศนียบัตร สัมฤทธิบัตร และวุฒิบัตรแก่ผู้สำาเร็จการศึกษาอบรม
              และพัฒนาทางวิชาการ  ทั้งนี้  ตามข้อบังคับราชบัณฑิตยสภา

                     (๕)  ให้บริการทางวิชาการแก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์การ
              มหาชน หน่วยงานอื่นของรัฐ สถาบันการศึกษา หน่วยงานของเอกชน และประชาชน

                     (๖)  ดำาเนินงานเกี่ยวกับการจัดทำาพจนานุกรม สารานุกรม อักขรานุกรม อนุกรมวิธาน การบัญญัติศัพท์

              วิชาการสาขาต่าง ๆ รวมทั้งการจัดทำาพจนานุกรมศัพท์วิชาการภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยและงานวิชาการ
              อื่น ๆ

                     (๗)  กำาหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย การอนุรักษ์ภาษาไทยมิให้แปรเปลี่ยนไปในทาง
              ที่เสื่อม  การส่งเสริมภาษาไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติให้ปรากฏเด่นชัดยิ่งขึ้น

                     (๘)  ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการแปลสรรพวิชาจากภาษาอื่นเป็นภาษาไทยหรือจากภาษาไทยเป็น

              ภาษาอื่น
                     (๙)  จัดสวัสดิการ การสงเคราะห์และสิทธิประโยชน์อื่นแก่สมาชิกราชบัณฑิตยสภา ทั้งนี้ ตามระเบียบ

              ราชบัณฑิตยสภา

                     (๑๐) ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำาหนดให้เป็นอำานาจหน้าที่ของสำานักงานราชบัณฑิตยสภา







         16
   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23