กระจก

          กระจกความหมายตามพจนานุกรมคือแก้วที่ทำเป็นแผ่น มีรากคำมาจากภาษาบาลีและสันสกฤตว่า  กาจ ซึ่งหมายถึง แก้ว หรือดินที่ใช้ทำแก้ว กระจกที่จะกล่าวถึงนี้เป็นกระจกที่ใช้ในงานช่างไทยโบราณ ซึ่งมีหลายชนิด และมีชื่อเรียกตามลักษณะ ประโยชน์ใช้สอยหรือการใช้งาน ซึ่งมีความแตกต่างกันไป ดังนี้ 

          กระจกเกรียบ เป็นกระจกสีชนิดหนึ่ง ที่ใช้แร่ดีบุกทำเป็นแผ่นบาง ๆ รองรับอยู่ข้างล่างแผ่นกระจก ทำให้ดูคล้ายแผ่นข้างเกรียบ แล้วเคลือบผิวด้วยน้ำยาเพื่อให้เป็นมันวาว ส่วนที่เป็นสีต่าง ๆ บนผิวกระจกใช้ตัวยาซึ่งได้จากแร่ต่าง ๆ กระจกชนิดนี้สามารถใช้กรรไกรธรรมดาตัดย่อยให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อประดับตกแต่งพื้นลายหรือลวดลายได้ กระจกเกรียบนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กระจกหุง

          กระจกลายยา เป็นกระจกสีที่ใช้ประดับลงในพื้นไม้ที่แกะเป็นร่องตื้น ๆ ให้มีรูปร่างและขนาดเท่าร่องที่แกะแล้วปิดลงในร่องโดยใช้รักเป็นตัวยึด ผิวพื้นไม้ที่เหลือจะปิดทองทึบ เช่น กระจกที่ใช้ประดับธรรมาสน์

          กระจกสี แบ่งเป็น ๒ ชนิด ชนิดแรกเป็นแผ่นกระจกที่ทำเป็นสีต่าง ๆ แล้วฉาบปรอททางด้านหลังทำให้ผิวหน้าเป็นมันและสะท้อนเงา ใช้ในการตกแต่งโดยตรง ส่วนชนิดที่ ๒ เป็นกระจกที่เป็นแผ่นใส ทำเป็นสีต่าง ๆ นำไปตัดแต่งประดับให้เกิดเป็นรูปหรือลวดลาย โดยต่อแนวกระจกให้ชิดกันด้วยเส้นตะกั่ว ใช้กรุหน้าต่างหรือช่องแสงเพื่อให้เกิดความงามเมื่อแสงแดดส่องผ่าน กระจกนี้ได้แบบอย่างมาจากยุโรปโบราณ โดยเฉพาะในสมัยกอทิก ในสถาปัตยกรรมไทยนำมาใช้เป็นครั้งแรกที่พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร โดยใช้กรุที่ช่องหน้าต่างพระอุโบสถ หากท่านผู้อ่านได้มีโอกาสผ่านไป ลองแวะเข้าไปชมกระจกสีภายในพระอุโบสถก็จะได้เห็นถึงความงามของสีกระจกซึ่งในปัจจุบันหาดูได้ค่อนข้างยาก

   พัชนะ  บุญประดิษฐ์