กริยาที่มาจากสัตว์

กริยา เป็นคำแสดงอาการของนามหรือสรรพนามที่เรานำมาใช้อธิบายการกระทำของทั้งคนและสัตว์ แต่ยังมีคำกริยาบางคำมีที่มาจากสัตว์ ซึ่งเรานำมาใช้เป็นคำกริยาของคนด้วย   คำกริยาคำแรกก็คือ คำว่า ถอดสี   หนังสือสำนวนไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายไว้ว่า คำนี้มีที่มาจากปลากัดซึ่งเป็นปลาสวยงามเพราะลำตัวและครีบมีหลายสี  โดยธรรมชาติของปลากัดแล้วเป็นปลานักสู้ เมื่อพบปลาตัวอื่นก็จะเข้าต่อสู้ทันที ผู้คนจึงนิยมเลี้ยงปลากัดไว้ทั้งเป็นปลาสวยงามและเลี้ยงไว้กัดแข่งขัน  เมื่อถูกกระตุ้นให้ตื่นตัว ปลากัดเพศผู้จะสามารถเปลี่ยนสีลำตัวได้ เช่น เมื่อเห็นปลาตัวอื่นก็จะพองแก้มทั้ง ๒ ข้าง กางครีบทุกครีบออก และเปล่งสีลำตัวให้เข้มขึ้น แต่ถ้าตกใจ ไม่สู้ ยอมแพ้ สีลำตัวก็จะจางซีดลง  อาการนี้เรียกว่า ถอดสี  คำว่า ถอดสี นำมาใช้เปรียบกับสีหน้าของคนที่ตกใจ กลัว หรือผิดหวัง แล้วมีใบหน้าซีดเผือดลง ทำนองเดียวกับปลากัดถอดสีเพราะตกใจกลัว โดยใช้เป็นสำนวนว่า หน้าถอดสี แปลว่า หน้าซีด หน้าเผือดลง เมื่อมีอาการตกใจ กลัว หรือผิดหวัง

กริยาที่มาจากสัตว์อีก ๒ คำ คือ คำว่า กระโตกกระตาก และคำว่า กบดาน  พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔  อธิบายว่า กระโตกกระตาก หมายถึง ส่งเสียงให้เขารู้อย่างไก่กำลังออกไข่ โดยปริยายหมายความว่า เปิดเผยข้อความที่ต้องการปิดบัง  ส่วน กบดาน หมายถึง นอนพังพาบกับพื้นใต้นํ้า เป็นอาการของจระเข้ โดยปริยายหมายถึงหลบซ่อนตัวไม่ออกมา

หนังสือ รู้ รัก ภาษาไทย เล่ม ๓ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน มีอธิบายคำกริยาอีกคำหนึ่งคือ คำว่า ตะกรุมตะกราม  ซึ่งไม่ได้มีที่มาจากกริยาของสัตว์ แต่มีที่มาจากชื่อสัตว์คือชื่อนกกระสา ๒ ชนิด ได้แก่ นกตะกรุม และ นกตะกราม  เมื่อคาบเหยื่อที่เป็นอาหารได้แล้ว ทั้งนกตะกรุมและนกตะกรามจะรีบขยอกและกลืนกินเข้าไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวนกตัวอื่นจะแย่งเอาอาหารไป  จากพฤติกรรมรีบกลืนกินเหยื่อที่ว่านี้ ในภาษาไทยจึงนำชื่อนกทั้ง ๒ ตัวนี้มาเปรียบเทียบกับกิริยาในการบริโภคอาหารอย่างผลีผลาม รีบร้อน ขาดการพิจารณา ซึ่งพจนานุกรมฯ เก็บคำว่า ตะกรุมตะกราม ไว้โดยให้ความหมายว่า กิริยาที่ทำไปอย่างผลีผลาม ไม่สำรวมในการบริโภคเป็นต้น             .

                                                                                                            อารยา  ถิรมงคลจิต