กอบ กับ กำ

          กอบ กับ กำ เป็นคำกริยาที่คล้ายกันคือใช้มือกระทำเหมือนกัน แต่ต่างกันที่กอบต้องใช้มือ ๒ ข้าง ช่วยกัน ส่วน กำ ใช้มือข้างเดียว แต่อาจทำพร้อมกัน ๒ มือได้ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ อธิบายลักษณะต่างกันของมือที่ทำอาการ กำ กับ กอบ ว่า กำ คือ งอนิ้วมือทั้ง ๔ ให้จดอุ้งมือ หรือเอานิ้วมือทั้ง ๕ โอบรอบสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรืออาการที่งอนิ้วมือทั้ง ๕ รวบสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ ส่วน กอบ คือ เอามือ ๒ ข้างรวบสิ่งของเข้ามาจนสันมือชิดกันแล้วยกขึ้น ของกำมือหนึ่งกับของกอบหนึ่ง เมื่อเปรียบเทียบปริมาณกันแล้ว ของที่ใช้มือกอบย่อมจะมากกว่าของที่ใช้มือกำ เพราะกอบต้องใช้ ๒ มือ ส่วน กำ เป็นปริมาณของที่อยู่ในกำมือหนึ่ง

          กอบ กับ กำ ใช้ด้วยกันในสำนวนบางสำนวนเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความมากน้อยต่างกัน เช่น สำนวน เสียกำซ้ำกอบ หรือ เสียกำแล้วซ้ำกอบ หมายถึง เสียน้อยแล้วยังต้องมาเสียมากอีก การใช้สำนวนนี้มีตัวอย่างในหนังสือ รู้ รัก ภาษาไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ว่า ในเรื่องพระเวสสันดร เมื่อพระเวสสันดรพระราชทานช้างให้พราหมณ์จากต่างเมืองไปแล้ว ชาวเมืองก็กล่าวโทษจะให้พระเจ้ากรุงสญชัยเนรเทศพระเวสสันดร พระนางผุสดีจึงทูลทัดทานว่า พระเจ้ากรุงสญชัยนั้น เสียช้างคู่เมืองไปแล้ว ยังจะต้องมาเสียพระโอรสอีก เท่ากับเป็นการ เสียกำซ้ำกอบ ซึ่งไม่สมควร อีกตัวอย่างหนึ่งคือ เสียกำได้กอบ หรือ เสียกำแล้วได้กอบ หมายถึง เสียน้อยไปก่อนแล้วจะได้มากภายหลัง เช่น ในมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ชูชก ว่า เสียหนึ่งนิ่งไว้นานคงได้สองเสมือนหนึ่งของท่านหายมีที่ไว้ ข้าพเจ้าคงจะหามาให้ไม่ให้เดือดร้อน ยอมเสียกำไปก่อนนั่นแหละ จึงจะได้กอบ ในบางสำนวน กอบ กับ กำ ใช้ด้วยกันเพื่อเสริมความกันดังเช่นสำนวน เป็นกอบเป็นกำ หมายความว่า เป็นผลดี เป็นชิ้นเป็นอัน เช่น ทำให้เป็นกอบเป็นกำ หรือแปลว่า เป็นก้อนใหญ่ ทำประโยชน์ต่อไปได้ดี เช่น ได้เงินมาเป็นกอบเป็นกำ

แสงจันทร์ แสนสุภา