การบินของไทย

          วันนี้ผู้เขียนจะมาเล่าถึงประวัติการบินของประเทศไทยที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก  ในหนังสืออักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของการบินของไทย ไว้ว่า

          การบินเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีนักบินชาวเบลเยียมชื่อ นายวัลเดล เบิร์น นำเครื่องบินมาสาธิตการบินถวายให้ทอดพระเนตร และให้ประชาชนในกรุงเทพฯ ชม เมื่อวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๕๔  เมื่อเสร็จการแสดงแล้วได้ทรงซื้อเครื่องบินนั้นไว้เพื่อประโยชน์แก่การศึกษา และใน พ.ศ. ๒๔๕๔  นั้นเอง กระทรวงกลาโหมได้ส่งนายทหารไทย ๓ นาย ไปศึกษาวิชาการบินที่ประเทศฝรั่งเศส  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดเกล้าฯ ให้จัดซื้อเครื่องบินบรรทุกเรือกลับมาประเทศไทยจำนวน ๘ ลำ หลังจากนั้น ได้มีการก่อตั้งแผนกการบินทหารโดยใช้สนามราชกรีฑาสโมสรเป็นสนามบิน  ต่อมา ใน พ.ศ. ๒๔๕๗ กระทรวงกลาโหมได้ดำเนินการก่อสร้างสนามบินดอนเมืองเสร็จแล้ว เพื่อให้เป็นสนามบินที่ใช้กิจการทหาร  ใน พ.ศ. ๒๔๙๑ ท่าอากาศยานดอนเมืองได้เข้ามาอยู่ในการควบคุมดูแลของกรมการบินพลเรือน กองทัพอากาศ และใน พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้เปลี่ยนชื่อท่าอากาศยานดอนเมือง เป็นท่าอากาศยานกรุงเทพ และกลายมาเป็นสนามบินหลักของประเทศก่อนที่จะมีสนามบินสุวรรณภูมิ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ การบินของไทยเข้ามามีบทบาท โดยประเทศไทยได้ส่งทหารอาสาเข้าร่วมรบในยุโรป ๓๐๐ คน เมื่อสิ้นสงครามโลกประชาชนชาวไทยได้บริจาคเงินซื้อเครื่องบินให้แก่ทางราชการจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศเป็นจำนวน ๓๑ ลำ

          เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานทุนให้นายเลื่อน  พงษ์โสภณ ไปศึกษาวิชาการบิน ณ สหรัฐอเมริกา เมื่อสำเร็จการศึกษา นายเลื่อน ได้ขอซื้อเครื่องบินจากบริษัท Travel Air และใช้เครื่องบินนั้นบินกลับมาประเทศไทย โดยให้ชื่อเครื่องบินเป็นภาษาไทยว่า “นางสาวสยาม” นับเป็นเครื่องบินพลเรือนลำแรกของประเทศไทย ต่อมา ใน พ.ศ. ๒๔๗๕ นายเลื่อนได้บินเดี่ยวจากประเทศไทยไปยังภาคใต้ของประเทศจีน นับว่าประเทศไทยได้มีการคมนาคมทางอากาศกับประเทศจีนเป็นครั้งแรก โดยที่ในขณะนั้นยังไม่มีสายการบินระหว่างประเทศทั้งสอง.

        อิสริยา เลาหตีรานนท์