การเรียกชื่อประเทศ ปัจจุบันภูมิภาคต่าง ๆ ในโลกแบ่งออกได้เป็น ๖ ทวีป ได้แก่ ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลียและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก (หรือที่รวมเรียกว่า เขตโอเชียเนีย) ทวีปยุโรป ทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต้ มีประเทศรวมทั้งหมด ๑๙๓ ประเทศ และมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป บางประเทศมีชื่อเรียกเพียงอย่างเดียว บางประเทศก็มีชื่อเรียกเป็น ๒ อย่าง จากประเด็นนี้เองทำให้มีผู้สนใจกันมากว่าจะเรียกชื่อประเทศอย่างไรให้เหมาะสม และเมื่อต้องการเรียกชื่ออย่างเป็นทางการ ต้องมีคำ “ประเทศ” นำหน้าเสมอไปหรือไม่ เช่น จะเรียกว่า ประเทศไทย หรือราชอาณาจักรไทย ประเทศอเมริกา สหรัฐอเมริกา หรือประเทศสหรัฐอเมริกา คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมชื่อภูมิศาสตร์สากล ราชบัณฑิตยสถาน ได้กำหนดการเรียกชื่อประเทศอย่างเป็นทางการไว้ว่า ประเทศที่มีชื่อเรียกเพียงอย่างเดียวและไม่มีคำแสดงรูปแบบการปกครองอยู่หน้าชื่อ เช่น มาเลเซีย แคนาดา นิวซีแลนด์ ให้ใส่คำ “ประเทศ” นำหน้า ถ้าเป็นประเทศที่มีชื่อเพียงอย่างเดียวและมีคำแสดงรูปแบบการปกครองอยู่หน้าชื่อ อันได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สาธารณรัฐเช็ก นครรัฐวาติกัน สาธารณรัฐแอฟริกากลาง และสาธารณรัฐคองโก รวมทั้งสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นชื่อเรียกอย่างสั้นของสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อประเทศอังกฤษนั้น ให้เรียกชื่อประเทศเหล่านั้นได้เลยโดยไม่ต้องมีคำ “ประเทศ” นำหน้า ส่วนประเทศที่มีชื่อเรียกทั้ง ๒ อย่าง คือ อย่างสั้นและชื่อที่เป็นทางการ เช่น ไทย หรือ ราชอาณาจักรไทย จีน หรือ สาธารณรัฐประชาชนจีน อิสราเอล หรือ สาธารณรัฐอิสราเอล ลักเซมเบิร์ก หรือ ราชรัฐลักเซมเบิร์ก เมื่อต้องการเรียกชื่ออย่างเป็นทางการ ก็ให้ใช้ชื่อที่เป็นทางการนั้นโดยไม่ต้องมีคำ “ประเทศ” นำหน้าเนื่องจากมีคำแสดงรูปแบบการปกครองของประเทศนำหน้าอยู่แล้ว คือ ราชอาณาจักรไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐอิสราเอล ราชรัฐลักเซมเบิร์ก แต่ถ้าต้องการเรียกชื่อประเทศแบบทั่วไปเมื่อใช้กับบทความหรือหนังสือกึ่งราชการหรือไม่เป็นทางการนัก ก็ให้ใช้ชื่อประเทศอย่างสั้น แล้วเติมคำว่า “ประเทศ” นำหน้าเพื่อแสดงสถานะ เช่น ประเทศไทย ประเทศจีน ประเทศอิสราเอล ประเทศลักเซมเบิร์ก. นฤมล นุชวานิช |

