การเรียกชื่อแบบศิลปะในประเทศไทย

          พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมายของวิสามานยนามว่า “คำนามที่เป็นชื่อเฉพาะ ตั้งขึ้นสำหรับเรียกคน สัตว์ สิ่งของและสถานที่ เพื่อให้รู้ชัดว่าเป็นใครหรืออะไร เช่น นายดำ …จังหวัดเชียงใหม่”

          กรุงศรีอยุธยา เป็นชื่อเฉพาะใช้เรียกราชธานีของประเทศไทยในช่วง พ.ศ. ๑๘๙๓–๒๓๑๐ แต่ถ้าใช้เรียกแบบศิลปะแล้วต้องใช้ว่า ศิลปะอยุธยา มิใช่ศิลปะกรุงศรีอยุธยา ทั้งนี้เพราะคำ อยุธยา เป็นวิสามานยนามที่ใช้ประกอบกับคำ ศิลปะ ซึ่งเป็นคำนาม เพื่อให้ทราบว่าศิลปกรรมเช่นนั้นเป็นศิลปะแบบอยุธยา ดังนั้นคำ อยุธยา  จึงให้ความหมายที่กว้างกว่าเพราะครอบคลุมถึงยุคสมัยด้วย 

          การจำแนกแบบทางศิลปกรรมของไทยใช้วิธีกำหนดอายุสมัยตามวิวัฒนาการและรูปแบบศิลปะที่ปรากฏ นักวิชาการประวัติศาสตร์ศิลปะจึงต้องกำหนดชื่อแบบศิลปะให้เป็นคำกว้าง ๆ ที่สามารถครอบคลุมศิลปกรรมที่มีกำเนิดขึ้นในดินแดนหรือแหล่งอารยธรรมนั้น รวมทั้งต้องสอดคล้องกับอายุสมัยของศิลปกรรมนั้นด้วย เช่น ศิลปะทวารวดี  เป็นรูปแบบศิลปะที่แพร่หลายอยู่ในอาณาจักรทวารวดีซึ่งอยู่ในบริเวณภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒–๑๖  ศิลปะอยุธยา เป็นแบบแผนทางศิลปกรรมทั้งที่เป็นสถาปัตยกรรม จิตรกรรม และประติมากรรมที่แพร่หลายอยู่ในดินแดนบริเวณภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๐–๒๓ ซึ่งมีกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางของแหล่งอารยธรรมนั้น

          หากอยากทราบว่าศิลปะอยุธยามีลักษณะอย่างไร ลองหาอ่านในหนังสือด้านประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี เช่น หนังสือศิลปะในประเทศไทย ที่ศาสตราจารย์ มจ.สุภัทรดิศ ดิศกุล ทรงนิพนธ์ไว้ หนังสือศิลปะอยุธยา ของศาสตราจารย์ ดร.สันติ เล็กสุขุม หนังสือประวัติศาสตร์ศิลปะในประเทศไทย ฉบับคู่มือนักศึกษา ของศาสตราจารย์ ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ ก็จะได้ความกระจ่างมากขึ้น.

                                                                                    รัตติกาล ศรีอำไพ