กินกาว

          สำนวนที่เกี่ยวกับการกินในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒  มีอยู่มากมายหลายสำนวน เช่น  กินเกลือกินกะปิ  หมายถึง  อดทนต่อความลำบากยากแค้น เช่น เขาเคยกินเกลือกินกะปิมาด้วยกัน   กินแกลบกินรำ  หมายถึง โง่ เช่น ฉันไม่ได้กินแกลบกินรำนี่ จะได้ไม่รู้เท่าทันคุณ   กินน้ำไม่เผื่อแล้ง  หมายถึง  มีอะไรใช้หมดทันทีไม่คิดถึงวันข้างหน้า  กินน้ำเห็นปลิง  หมายถึง  รู้สึกตะขิดตะขวงใจเหมือนจะกินนํ้าเห็นปลิงอยู่ในนํ้าก็กินไม่ลง  

          แต่คำหนึ่งที่ไม่มีเก็บไว้ในพจนานุกรมฯ  และในปัจจุบันอาจไม่มีใครทราบว่าหมายถึงอะไร  นั่นคือคำว่า  กินกาว  ซึ่งปรากฏในสาส์นสมเด็จ  ซึ่งเป็นลายพระหัตถ์ที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงมีถึงกัน  คำ กินกาว นั้นปรากฎในลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ที่ทรงมีถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมพระยาดำรงราชานุภาพ    ฉบับลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๗   เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดทำคำอธิบายความรู้ในสาส์นสมเด็จพิจารณาถึงลายพระหัตถ์ฉบับดังกล่าว จึงเป็นที่สงสัยว่า กินกาว ที่ท่านเอ่ยถึงในข้อความ  “…ส่วนละคอนเขาก็ไหว้ครูเมื่อรำเพลงช้าเพลงเร็วได้แล้ว คือว่ารำเปนพอที่จะออกโรงเปนเสนากำนัลได้  ถ้าไหว้ครูแต่เริ่มเรียนเรียนไม่ได้ก็เปนกินกาว  โบราณเขาก็มีความคิดอยู่บ้าง…”  นั้น ทรงหมายความว่าอย่างไร  ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์  กรรมการที่ปรึกษา จึงรับไปสอบถามจากผู้ใหญ่ในราชสกุล ซึ่งก็ได้รับคำชึ้แจงว่า  คำว่า กินกาว นี้ ท่านทรงหมายถึง  ทำอะไรไม่ได้รับประโยชน์ใส่ตนเท่าที่ควร  มีที่มาจากความเปรียบถึงเสมียนผู้มีหน้าที่รับส่งหนังสือ เขียนตามคำบอก ตรวจทานจดหมาย และตรวจความเรียบร้อยก่อนปิดผนึกจดหมาย  แต่ไม่ได้สนใจอ่านเนื้อหาให้ได้ความรู้ ทำเพียงใช้ลิ้นเลียกาวปิดผนึกซองจดหมายเท่านั้น. 

จินดารัตน์  โพธิ์นอก