| กินเมือง
คำว่า “กินเมือง” สารานุกรมประวัติศาสตร์ไทย เล่ม ๑ อักษร ก ฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายไว้ว่า กินเมือง เป็นลักษณะการปกครองหัวเมืองแบบหนึ่งของไทยในสมัยโบราณ มีคำเรียกแตกต่างกันไปตามยุคสมัย เช่น ในสมัยสุโขทัย เรียกว่า ถือเมือง กินเมือง สมัยอยุธยาและสมัยรัตนโกสินทร์ เรียกว่า กินเมือง นั่งเมือง ครองเมือง รักษาเมือง รั้งเมือง ในการปกครองหัวเมืองนั้น พระมหากษัตริย์จะส่งพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง เช่น พระราชโอรส พระราชนัดดา หรือพระบรมวงศานุวงศ์ที่ใกล้ชิดและไว้วางพระราชหฤทัยไปปกครองเมืองสำคัญ เรียกว่า เมืองลูกหลวง เมื่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ อาณาเขตของราชอาณาจักรขยายกว้างขึ้น เนื่องจากสุโขทัยถูกรวมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอยุธยาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ พระราชบิดาของพระองค์ ดังนั้นจึงทรงปฏิรูประบบการปกครอง และทรงแต่งตั้งขุนนาง ข้าราชการไปปกครองหัวเมืองแทนพระบรมวงศานุวงศ์ และจัดระเบียบการปกครองหัวเมืองออกเป็น หัวเมืองชั้นใน คือ เมืองที่อยู่รายรอบเมืองราชธานีจัดเป็นหัวเมืองจัตวา หัวเมืองชั้นนอก คือ เมืองที่อยู่นอกวงราชธานีออกไป แบ่งเป็นเมืองเอก เมืองโท และเมืองตรี ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีการแต่งตั้งขุนนาง ข้าราชการไปปกครองหัวเมืองแทนพระบรมวงศานุวงศ์ และยังคงเรียกว่า กินเมือง ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงอธิบายว่า เพราะเจ้าเมืองมีหน้าที่ดูแลปกครองบ้านเมืองให้ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข จะต้องออกเงินซื้อที่ดินและก่อสร้างจวนที่พักหรือศาลากลางด้วยทุนทรัพย์ของตนเอง แต่ไม่มีเงินเดือน มีรายได้จากค่าธรรมเนียม อากรต่าง ๆ ในการปฏิบัติราชการเท่านั้น จนกระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล และโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินเดือนแก่ข้าราชการหัวเมือง จึงเลิกใช้คำว่า กินเมือง เรียกเป็น ว่าราชการเมือง แทน. ปิยรัตน์ อินทร์อ่อน |

