กุหลาบกุพชกะ

          “หญิงชายยามเริ่มรู้ระสะณฤดิรัก ใช้กุหลาบจัก ระเริงใจ

          อันดวงมาลีกุพชะกะสิผิวะให้ พึงจะรู้ได้ ว่ารักแท้

          แลยามดมดอกกุพชะกะนะก็จะแก้ เดือดณดวงแด และสุขพลัน”

          กลอนบทนี้เป็นส่วนหนึ่งในตอนจบของบทละครพูดคำฉันท์เรื่องมัทนะพาธา พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระฤาษีกล่าวให้พรแก่นางมัทนาซึ่งถูกสาปเป็นกุพชกะหรือดอกกุหลาบว่า หญิงชายจะใช้ดอกกุหลาบสื่อถึงความรัก และผู้ใดได้ดมดอกกุหลาบก็จะมีความสุข จัดเป็นเรื่องราวของดอกกุหลาบกับความรักที่มีคุณค่ายิ่งทางวรรณศิลป์

          กุพชกะ เป็นคำภาษาสันสกฤต แปลว่า กุหลาบ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับกุหลาบ” และกุพฺชก” ไว้ดังนี้ ชั้นแรก เจตสิกของนักเรียนบาลี ผู้ได้ยินคำว่า  “กุหลาบ” ย่อมนึกปราดไปถึงศัพท์ “ชปา” ตัวนายตรี นาคะประทีป ครั้นมีพราหมณ์ กุปปุสวามิ อารย เป็นที่ปรึกษาได้ความว่า “ชปา” หาใช่ “กุหลาบ” ไม่ ที่ประติเษธเด็ดขาดเช่นนี้เพราะ “ชปา” มิใช่ไม้มีหนาม และกุหลาบเป็นไม้มีหนาม ผลแห่งการค้นต่อไปเป็นได้ศัพท์ “กุพฺชก” ซึ่งโมเนียร์ วิลเลียมส์ แปลไว้ในปทานุกรมสันสกฤตอังกฤษ ว่า “Rosa moschata”

          บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ อธิบายคำ กุพชกะ (อ่านว่า กุบ-ชะ-กะ) ว่า กุพชกะ ในภาษาสันสกฤตมี ๒ ความหมาย คือ กุหลาบและคนค่อม หากยืดเสียงข้างท้ายเป็น กุพชกา (อ่านว่า กุบ-ชะ-กา) จะแปลว่า นางค่อม พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงยักย้ายเปลี่ยนชื่อนางเอกในเรื่องมัทนะพาธาเป็น นางมัทนา แปลว่า หญิงผู้มัวเมาในความรัก.

รัตติกาล ศรีอำไพ