ขายปลีก-ขายส่ง

          ครั้งก่อนได้เล่าถึงคำว่า ดัชนีราคา และ ดัชนีราคาผู้บริโภค ไปแล้ว แต่ยังมีศัพท์ในกลุ่มดัชนีราคาที่น่าสนใจอยู่อีก ๒ คำ คือ ดัชนีราคาขายปลีก กับ ดัชนีราคาขายส่ง เผื่อเวลาติดตามข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ จะได้เข้าใจง่ายขึ้น เริ่มที่ ดัชนีราคาขายปลีก เลยค่ะ

          ดัชนีราคาขายปลีก หรือ  retail price index ใช้คำย่อว่า อาร์พีไอ (RPI) พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายว่า หมายถึง ตัวเลขดัชนีที่แสดงระดับราคาขายปลีกของสินค้าและบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคในช่วงเวลาที่พิจารณา ต่อราคาขายปลีกของสินค้าและบริการดังกล่าวในปีฐาน ในการคำนวณราคาขายปลีกของสินค้าและบริการเพื่อใช้คำนวณดัชนีราคาขายปลีกนี้ ใช้วิธีการเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของราคาขายปลีกสินค้าและ บริการที่มีความสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคโดยทั่วไป และถูกกำหนดขึ้นเป็นตะกร้าตัวแทน (representative basket) โดยน้ำหนักถูกกำหนดตามสัดส่วนความสำคัญของการใช้จ่ายสินค้าและบริการนั้น ๆ ต่อการใช้จ่ายรวมซึ่งได้จากการสำรวจการใช้จ่ายของครัวเรือน วัตถุประสงค์ในการจัดดัชนีราคาขายปลีกคือ เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดระดับราคาขายปลีกในระบบเศรษฐกิจใช้คำนวณอัตราเงินเฟ้อ รวมทั้งใช้เป็นฐานในการปรับเงินเดือนหรือค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ หรือการกำหนด อัตราดอกเบี้ย  ดัชนีราคาขายปลีกมีวิธีการในการคำนวณเช่นเดียวกันกับดัชนีราคาผู้บริโภค (consumer price index) เพียงแต่แตกต่างกันที่องค์ประกอบของสินค้าและบริการ และน้ำหนักในตะกร้าตัวแทน

          ส่วน ดัชนีราคาขายส่ง  หรือ wholesale price index  ใช้คำย่อว่า ดับเบิลยูพีไอ  (WPI) หมายถึง ตัวเลขดัชนีที่แสดงระดับราคาขายส่งของสินค้าที่ประกอบขึ้นเป็นตะกร้าตัวแทนของสินค้าขายส่งทั้งหมดในช่วงเวลาที่พิจารณาต่อราคาขายส่งของสินค้าในตะกร้าดังกล่าวในปีฐาน โดยทั่วไปดัชนีราคาขายส่งมักจะใช้เป็นตัวชี้วัดตัวหนึ่งที่แสดงภาวะเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในวัฏจักรธุรกิจ  และมักจะเคลื่อนไหวนำหน้าดัชนีราคาขายปลีก

จินดารัตน์  โพธิ์นอก