คบหาสมาคม

          บทความเรื่อง “สนิทสนมคุ้นเคย” ได้กล่าวถึงคำหลายคำที่เกี่ยวโยงถึงคำว่า “รู้จักมักคุ้น” ซึ่งแสดงระดับที่เพิ่มขึ้นจากรู้จักเพียงพบเห็นหรือจำได้จนถึงสนิทสนมคุ้นเคย ความหมายของคำว่า รู้จัก คุ้นเคย เป็นกันเอง สนิทสนม ยังเกี่ยวโยงไปได้ถึงคำว่า คบ คบหา คบค้า คบค้าสมาคม ด้วย เพราะผู้รู้จักมักคุ้นจนสนิทสนมกันแล้วก็มักจะคบหาคบค้าสมาคมกันต่อไป จึงน่าจะมาศึกษาความหมายของคำเหล่านี้กันว่ามีความหมายใกล้เคียงหรือเหมือนกันอย่างไร

          คำว่า คบ มีความหมายหลายประการ ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะความหมายที่เป็นคำกริยา มีความหมายว่า “เข้าเป็นพวกกัน” คำว่า คบหา เป็นคำกริยา มีความหมายว่า “ไปมาหาสู่เข้าเป็นพวกเดียวกัน” ซึ่งมีความหมายเหมือนกับคำกริยาว่า คบค้า หรือ คบค้าสมาคม  ทั้งนี้ความหมายประการหนึ่งของคำว่า สมาคม ก็คือ การคบค้า ความหมายโดยรวมของคำว่า คบ คบหา คบค้า คบค้าสมาคม จึงหมายถึง เข้าเป็นพวกเดียวกัน ซึ่งคำว่า “คบค้า” “คบหา” มีความหมายที่ให้รายละเอียดเพิ่มขึ้นคือมีการไปมาหาสู่กันด้วย และคำว่า คบค้าสมาคม ก็มีความหมายเพิ่มขึ้นคือ การเข้าร่วมพวกกันเป็นหมู่เป็นคณะ

          ปัจจุบันคำว่า คบ หรือ คบหา ใช้ในความหมายเกี่ยวกับเรื่องการคบหรือคบหาระหว่างชาย-หญิง ซึ่งคำว่า “คบ” ยังมีปรากฏอยู่ในสำนวนไทยที่ว่า “คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ” ที่มีความหมายว่า “จะพิจารณาคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ” แต่ถ้าเป็นคำว่า “คบคิด” มีความหมายว่า “ร่วมคิดทำการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่เปิดเผย” ซึ่งให้ความหมายที่เกี่ยวกับการเข้าพวกกันอยู่แต่มักใช้ในทางไม่ดีทำนองเดียวกับคำว่า “สมคบ” ที่มีความหมายว่า “ร่วมคบคิดกัน” เช่น เขาสมคบกันไปปล้น และคำว่า “สมรู้” หรือ “สมรู้ร่วมคิด” ซึ่งโดยรวม ๆ หมายถึง การร่วมคิดรู้เห็นเป็นใจกัน ซึ่งมักใช้ในทางที่ไม่ดีเช่นกัน เช่น เขาสมรู้กันในทางทุจริต เขาสมรู้ร่วมคิดกันในการฉ้อราษฎร์บังหลวง. 

  สุปัญญา  ชมจินดา