ครู –กูรู

          ปัจจุบันพบเห็นผู้ใช้คำว่า “กูรู” กันอย่างกว้างขวาง แม้แต่ชื่อรายการทางโทรทัศน์หรือชื่อเว็บไซต์บางเว็บไซต์ยังมีคำว่า “กูรู” หลายคนอาจสงสัยว่าคำนี้แปลว่าอะไร และมีที่มาอย่างไร 

          คำว่า “กูรู” เป็นคำที่ออกเสียงตามภาษาอังกฤษว่า guru เดิมในภาษาอังกฤษใช้หมายถึงผู้นำทางศาสนาฮินดูและศาสนาซิกข์ ต่อมาใช้หมายถึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และมีอิทธิพลทางความคิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น จะมีการประชุมกูรูทางซอฟต์แวร์ในระดับนานาชาติเร็ว ๆ นี้  นอกจากนี้ ยังใช้หมายถึงผู้รู้ที่เป็นที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำในเรื่องต่าง ๆ ทั้งในเรื่องทางศาสนาและเรื่องทางสังคมด้วย

          กูรู เป็นคำที่เพิ่งจะนำมาใช้ในภาษาไทยเมื่อไม่นานมานี้ ส่วนมากใช้ในวงการธุรกิจและสังคม หมายถึงผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนเป็นที่ยอมรับในวงการนั้น ๆ  เช่น อาจารย์ที่จะมาบรรยายวันนี้เป็นกูรูเรื่องหุ้น รายการวิเคราะห์ข่าวเศรษฐกิจวันนี้เชิญแต่กูรูมาทั้งนั้น  ปัจจุบันใช้กันโดยทั่วไปทุกวงการ เช่น กูรูเสริมสวย  กูรูบอล  กูรูคอมพิวเตอร์

          คำว่า guru นี้ภาษาอังกฤษรับมาจากภาษาสันสกฤตอีกทอดหนึ่ง คือมาจากคำว่า คุรุ หมายถึง ครู หรือ ผู้รู้ หรือ ผู้ที่เป็นที่นับถือ คำนี้เป็นคำเดียวกับคำภาษาบาลีว่า ครุ [คะ-รุ] หมายถึง ผู้สั่งสอนศิษย์ หรือผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่ศิษย์ ซึ่งภาษาไทยรับมาใช้เป็นคำว่า “ครู”  คำว่า guru จึงมาจากรากคำภาษาสันสกฤตคำเดียวกับคำว่า “ครู” ความหมายเหมือนกัน เพียงแต่ออกเสียงต่างกันไปเพราะยืมผ่านภาษาอังกฤษมาอีกทอดหนึ่ง อย่างไรก็ตาม คำว่า “กูรู” ที่นำมาใช้ในภาษาไทยใช้แตกต่างจากคำว่า “ครู” กล่าวคือ ครูคือผู้สั่งสอนศิษย์  เป็นผู้ที่ศิษย์เคารพบูชา  ส่วน “กูรู”  อาจจะไม่ได้สั่งสอนศิษย์ แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์มากพอที่จะให้ความรู้  คำแนะนำ หรือคำปรึกษาได้

ดร.ชลธิชา สุดมุข