คลังคำ คงไม่มีใครปฏิเสธว่าเวลาอ่านหนังสือหรือฟังเรื่องราวต่าง ๆ บางครั้งนึกสงสัย ไม่เข้าใจ หรือไม่คุ้นหูคำบางคำ จนต้องเปิดพจนานุกรมหรือถามครูบาอาจารย์เพื่อหาความหมาย เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นน้อยลงถ้าเรารู้จักสะสม คลังคำ อยู่เสมอ สมองของคนเรานั้นเหมือนที่เก็บสะสมคำ เมื่อเรามีประสบการณ์เกี่ยวกับคำศัพท์ต่าง ๆ ที่ได้จากการฟัง พูด อ่าน หรือเขียน สะสมไว้ในสมองมาก ๆ เราก็จะยิ่งรู้มากและเลือกคำต่าง ๆ เหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งยังช่วยให้เลือกใช้คำได้เหมาะสมกับกาลเทศะ บริบท และระดับบุคคลอีกด้วยพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เก็บคำต่าง ๆ ไว้มากมาย บ้างเป็นคำที่ใช้เฉพาะในวงการต่าง ๆ เป็นคำโบราณ หรือบางคำอาจเป็นคำธรรมดาแต่เราไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยก็ได้ จึงขอนำคำบางส่วนมาเสนอเป็นตัวอย่างดังนี้ คำว่า เดินสอยดาว ใช้เรียกอาการที่เดินแหงนหน้า บาดคอ แปลว่า รู้สึกคล้ายระคายคอ เนื่องจากกินของที่มีรสหวานจัด เย็นจัด เป็นต้น มหาราชลีลา ใช้เรียกท่านั่งห้อยเท้าขวาลง เท้าซ้ายงอพับขึ้นไปสอดไว้ใต้โคนขาขวา คิดสมบัติบ้า แปลว่า คิดมั่งมีอย่างเลื่อนลอย ซนไฟ แปลว่า เอาฟืนที่ไหม้ไฟบ้างแล้วซุกเข้าไปในกองไฟ จืดตา แปลว่า เบื่อเพราะชินตา ดุด เป็นคำเรียกกิริยาที่หมูเอาจมูกดุนดินคำว่า ยารุ แปลว่า ยาถ่ายอย่างแรง แก้วแกลบ เป็นชื่อแร่หินชนิดหนึ่ง หรือตะกรันเกิดจากเถ้าแกลบที่แข็ง มีสีขาว เครื่องมั่น แปลว่า สัปคับช้างชนิดที่มีศัสตราวุธทั้ง ๒ ข้าง วงพาด คือ รั้วสี่เหลี่ยมภายในเพนียด ทําด้วยซุงเป็นต้น ๆ ปักเว้นระยะให้คนลอดได้ เพชรร่วง คือเพชรเม็ดเล็ก ๆ ที่เจียระไนแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำเป็นเครื่องประดับหรือเครื่องใช้ เพชรน้ำหนึ่ง และ เพชรน้ำเอก มีความหมายเดียวกัน แปลว่า ดีเป็นพิเศษยอดเยี่ยม มินหม้อ คือ เขม่าดำที่ติดก้นหม้อ บางครั้งพูดเพี้ยนกันเป็น ดินหม้อ ก็มี.อารยา ถิรมงคลจิต |

