ความเดียวแต่มากคำ

          คำถามเกี่ยวกับภาษาไทยที่ราชบัณฑิตยสถานได้รับในแต่ละวันมีเป็นจำนวนมาก เช่น คำถามว่า เยอะ แยะ เยอะแยะ คำไหนถูกต้อง ข้อความว่า มีผักขึ้นตรงปากบ่อน้ำจมเลย คำว่า จม แปลว่า มาก ใช่หรือไม่ คำตอบก็คือ เยอะ แยะ เยอะแยะ ถูกต้องทุกคำ และจม ในที่นี้แปลว่า มาก นอกจากการตอบว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ ถูก หรือ ไม่ถูก แล้ว บางครั้งก็ต้องอธิบายขยายความ เพื่อให้ผู้ถามได้รับคำตอบที่กระจ่างขึ้น ในกรณีของ เยอะ แยะ เยอะแยะ และจม ล้วนมีความหมายว่า มาก จึงเป็นคำพ้องความหมาย แต่คำเหล่านี้ใช้แทนกันไม่ได้ทุกคำ การใช้คำพ้องความหมายต้องพิจารณาถึงปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความเหมาะสม กาลเทศะ สถานการณ์การใช้ภาษา อย่างเช่นคำที่มีความหมายว่า มาก ในภาษาไทย ซึ่งลองรวบรวมจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ พบว่า มีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ตัวอย่างคำที่เป็นภาษาปาก ซึ่งเป็นภาษาพูดที่แสดงความคุ้นเคย ไม่เหมาะที่จะใช้เป็นพิธีรีตอง มีดังนี้ บาน เช่น ซื้อมังคุดมา ๒ กิโล เสียไปบานเลย หมายความว่า มังคุดเสียไปมากเลย คำในชุดเดียวกันนี้ที่แปลว่า มากมาย มีอีกหลายคำ คือ บานตะเกียง บานตะโก้ บานตะไท บานเบอะ บานเบิก บานเบียง บานแบะ คำต่อไปคือคำว่า อื้อ เช่น รวยอื้อ แปลว่า รวยมาก บ่นกันอื้อ แปลว่า บ่นกันมาก อื้อ จะใช้ว่า อื้อซ่า ก็ได้ เช่น รับทรัพย์อื้อซ่าเลย แปลว่า รับทรัพย์มากมาย กระบุงโกย เป็นคำภาษาปากอีกคำหนึ่งที่แปลว่า มากมาย เช่น ถูกบ่นตั้งกระบุงโกย แปลว่า ถูกบ่นตั้งมากมาย คำว่า โข ก็มีความหมายว่า มาก เช่นกัน โข เป็นคำที่กร่อนมาจาก อักโข ซึ่งแปลว่า มาก หรือ หลาย

          การใช้คำที่มีความหมายว่า มาก ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม ดังตัวอย่างต่อไปนี้ มากหน้าหลายตา เป็นคำที่ใช้เฉพาะแก่คนเท่านั้น คำว่า ชุก มักใช้แก่ ฝน งาน และผลไม้ที่มีตามฤดูกาล เช่น ฝนชุก งานชุก ผลไม้ชุก คำว่า ชุม มักใช้แก่สัตว์ แมลง และผู้ประพฤติมิชอบเช่น เสือชุม ยุงชุม ขโมยชุม ผู้ร้ายชุม คำว่า ดก มักใช้แก่สิ่งที่เกิดมีขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ลูกดก ดอกดก ผมดก

แสงจันทร์ แสนสุภา