คางคก เมื่อกล่าวถึง คางคก ทุกคนคงรู้จักชื่อนี้ดีในความหมายของสัตว์สี่เท้าสะเทินน้ำสะเทินบก ผิวหนังมีลักษณะขรุขระเป็นตะปุ่มตะป่ำตลอดทั้งตัว ส่วนอีกความหมายหนึ่งตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งอาจไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมากนัก คือ ชื่อปลาไม่มีเกล็ดชนิดหนึ่ง ในวงศ์ Batrachoididae มีลักษณะทั่วไปคือ ปากกว้าง หัวทู่แบนลง ลําตัวกลมยาว มีสีนํ้าตาลเป็นด่างดวงทั่วไป คำว่า คางคก มีปรากฏอยู่ในสุภาษิต คำพังเพย หรือสำนวนไทยบางสำนวน ซึ่งใช้ในเชิงเปรียบเทียบกับคนที่มีลักษณะอวดดี เช่น คางคกขึ้นวอ เปรียบกับคนที่มีฐานะต่ำต้อย แต่พอได้ดิบได้ดีก็มักแสดงกิริยาอวดดีลืมตัว หรือ ชาติคางคกยางหัวไม่ตกไม่รู้จักสำนึก เปรียบกับคนที่อวดดีชอบกระทำนอกลู่นอกทาง เมื่อถูกทักท้วงก็ไม่เชื่อฟัง เขาเลยปล่อยให้ลองทำเพื่อจะให้รู้สึกตัว คางคกที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนเป็นความหมายที่เกี่ยวกับสัตว์ทั้งสิ้น ส่วนความหมายที่เกี่ยวกับพืช คณะกรรมการจัดทำอนุกรมวิธานพืช ราชบัณฑิตยสถาน ได้อธิบายไว้พอสังเขปว่า คางคก เป็นพรรณไม้ชนิดหนึ่งในวงศ์ Nyssaceae (Cornaceae) ซึ่งทางภาคเหนือรู้จักกันในชื่อ คางคาก คำเมือง คึงคาก เทิน หมี่ และทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือรู้จักกันในชื่อ ไข่ปลา เหมือดคนขาว เหลืองหิน มีลักษณะเด่นคือ เป็นไม้ต้น กิ่งอ่อนมีรอยแผลใบ และมีขนสากคาย ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปขอบขนาน รูปรี หรือรูปไข่กลับ ดอกแยกเพศร่วมต้น ช่อดอกเพศผู้แบบช่อกระจุกกลม ช่อดอกเพศเมียอาจเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อกระจุก ออกตามซอกใบและเหนือรอยแผลใบตามปลายกิ่ง ดอกสีเหลืองอ่อนหรือเขียวอ่อน ผลแบบผลผนังชั้นในแข็ง รูปทรงกลมหรือทรงรี เมล็ดรูปโค้งและแบน พบขึ้นตามหุบเขาและใกล้ชายน้ำในป่าดิบ ที่สูงจากระดับน้ำทะเล ๖๐๐–๑๑๐๐ ม. ออกดอกและเป็นผลเดือนมีนาคมถึงตุลาคม.. อารี พลดี |

