คางคก เมื่ออ่านชื่อเรื่องอาจทำให้ผู้อ่านหลายท่านเข้าใจว่าเป็นชื่อเรียกสัตว์สี่เท้าสะเทินนํ้าสะเทินบก รูปร่างคล้ายกบ ผิวหนังเป็นตุ่มขรุขระ แต่อันที่จริงยังเป็นชื่อเรียกปลาทะเลหลายชนิดอีกด้วย คณะกรรมการจัดทำอนุกรมวิธานสัตว์แห่งราชบัณฑิตยสถานได้อธิบายไว้ว่าเป็นชื่อเรียกปลาทะเลไม่มีเกล็ด ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง หลายชนิด หลายสกุล ในวงศ์ Batrachoididae มีชื่ออื่น ๆ ได้แก่ ปลากบ ปลาอุบ ปลาบู่ทะเล ปลาผีหลอก และปลาย่าไอ้ดุก มีชื่อสามัญว่า Toadfish พบในเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก พบในน่านน้ำไทย ๓ ชนิด ใน ๓ สกุล ได้แก่ ชนิด Halophryne diemensis (Leseuer) Allenbatrachus grunniens (Linn.) และ Batrachomoeus trispinosus (Günther) ทุกชนิดมีลำตัวทรงกระบอก ป้อม หัวโต ปลายหัวมนกลม ลำตัวลู่ไปทางข้างหางจนถึงคอดหางซึ่งสั้นมาก ส่วนท้องกลม ปากกว้างมากเป็นรูปโค้ง ตามีขนาดเล็กหรือปานกลาง มีติ่งเนื้อสั้น ลักษณะเป็นเส้นหรือแบนเรียงเป็นแถวอยู่รอบขากรรไกรทั้งบนและล่าง มีติ่งเนื้อในแนวขอบกระดูกฝาเหงือกแผ่นหน้าและกระจายอยู่ทางด้านบนของหัวโดยเฉพาะที่ใกล้บริเวณขอบบนของตา แผ่นปิดเหงือกมีหนามแหลมและแข็งมาก บริเวณโคนครีบอกมีตุ่มเนื้อประปราย มีเส้นข้างตัว ๑-๒ เส้น ครีบหลังมี ๒ ตอนแยกกัน ครีบก้นสั้น ครีบหางมีขอบกลมเป็นรูปพัด ครีบอกมีฐานกว้างตั้งอยู่ในแนวดิ่ง ครีบท้องตั้งอยู่ใต้ส่วนท้ายของหัวในแนวห่างจากหน้าครีบอก ตลอดหัว ลำตัว และครีบมีสีน้ำตาลอมเหลืองหรือสีคล้ำขมุกขมอมเป็นด่างเป็นดวงหรือลวดลายขวางไม่เป็นระเบียบ ปลาคางคกอาศัยอยู่โดดเดี่ยวตามพื้นท้องทะเลใกล้ฝั่ง โดยเฉพาะในเขตน้ำกร่อยหรือพบหลงเข้าไปในแม่น้ำจนถึงส่วนที่เป็นน้ำจืด ปรกติจะหลบซ่อนกบดานนิ่งอยู่ตามพื้นทรายหรือโคลน ตามแอ่ง ตามรูใต้วัตถุ หรือตามกอพืชน้ำ แม้จะเป็นปลาที่ไม่เคลื่อนไหวรุนแรงแต่บางครั้งหนามและกระดูกแหลมบนหัวและครีบอาจตำผู้ที่จับต้องโดยไม่ระมัดระวังได้ ปรกติพบปะปนมากับปลาเป็ดที่นำมาใช้เลี้ยงสัตว์หรือทำปลาป่น เป็นปลาที่ทน พบมีชีวิตอยู่นานในกองปลาเป็ด บางชนิดโดยเฉพาะที่จับได้ในเขตน้ำจืดของแม่น้ำหรือทะเลสาบ จะมีการรวบรวมนำมาซื้อขายกันเป็นปลาตู้ ปลาคางคกทำเสียงอุบอับได้เมื่อถูกจับขึ้นพ้นน้ำ กินปลาและสัตว์ตามพื้นท้องน้ำ เช่น หอย กุ้ง ปู โดยหลบตัวคอยฮุบสัตว์ดังกล่าวที่ผ่านเข้ามา. นายพรรษา ไทรงาม |

