คำว่า สหัสวรรษ (millennium)
เมื่อจะขึ้นปี ๒๐๐๐ ก็เกิดคำใหม่ระบาดขึ้นคำหนึ่งคือ สหัสวรรษ ก่อนหน้านี้เรามีคำว่า ศตวรรษ (century) คือ รอบ ๑๐๐ ปี หรือระยะเวลา ๑๐๐ ปี แต่ภายหลังเหตุการณ์ต่าง ๆ ละเอียดซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็วจนกระทั่งการนับระยะเวลาช่วงของ ๑๐๐ ปีอย่างแต่ก่อนใช้อธิบายเหตุการณ์ปัจจุบันและการเทียบเคียงกับเหตุการณ์ในศตวรรษเดียวกันไม่ได้ จึงได้ตัดแบ่งช่วงให้สั้นลงเป็นระยะ ๑๐ ปี (decade) ซึ่งเรียกกันว่า ทศวรรษ และเมื่อเป็นเช่นนี้การยึดช่วงเวลาคิดแต่ละช่วงไปเป็น ๑๐๐๐ ปี หรือสหัสวรรษ ก็ยิ่งไม่น่าจะเป็นประโยชน์แก่การอธิบายเหตุการณ์ใด ๆ
คำว่า สหัสวรรษ อาจสืบเนื่องกับ y2k คือ ปี ๒๐๐๐ ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นของที่เกิดในศตวรรษที่ ๒๐ หรือสหัสวรรษที่ ๒ ดังที่ทราบกันอยู่ ปี ๒๐๐๐ จึงมีความสำคัญต่อคอมพิวเตอร์ซึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องใช้งานในกิจการต่าง ๆ เป็นอันมาก แต่นอกจากปัญหาคอมพิวเตอร์แล้ว โลกาภิวัตน์ที่ถือเป็นลักษณะสำคัญในปลายศตวรรษที่ ๒๐ หรือสหัสวรรษที่ ๒ ก็เป็นความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง รวมทั้งปัญหาต่าง ๆ ที่ประดังกันขึ้นในช่วงนี้ เช่น การล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ เศรษฐกิจตกต่ำในเอเชีย ได้ทำให้คนเรานับปี ๒๐๐๐ เป็นปีตั้งต้นว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือโลกจะเป็นอย่างไรและเนื่องจากเป็นการขึ้นรอบ ๑๐๐๐ ปี ครั้งใหม่ในคริสต์ศักราช จึงมีผู้พูดถึงรอบพันปีครั้งที่ ๓ คือ สหัสวรรษที่ ๓ ขึ้น
ความคิดเรื่องสหัสวรรษนั้นสำคัญในวัฒนธรรมคริสต์ศาสนา เนื่องจากมีความเชื่อตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมันว่า วันพิพากษาจะมาถึงในปีคริสต์ศักราช ๑๐๐๐ หรือ ๑๐๔๐ และระยะเวลา ๑๐๐๐ ปีก่อนหน้านั้นซึ่งเป็นยุคที่พระเยซูคริสต์มาปกครองโลกคือยุคทองของมนุษย์ก่อนสิ้นโลก ช่วงเวลา ๑๐๐๐ ปีนี้จึงสำคัญสำหรับคริสต์ศาสนิกชน
การพูดถึงระยะเวลาพันปีที่กำลังตื่นเต้นกันอยู่นี้จึงไม่สู้จะเกี่ยวข้องกับชาวไทยและชาวโลกปัจจุบันมากนัก แต่ก็อาจเป็นได้ว่าคนสมัยนี้มีความหวังในยุคทองของ ๑๐๐๐ ปีต่อไปทำนองเดียวกับคริสต์ศาสนิกชนในอดีต หรือไม่ก็เป็นความหวังของประเทศตะวันตกที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ มาควบคุมโลกตะวันออกอันเป็นสหัสวรรษแห่งการล่าอาณานิคมขนานใหญ่ ครั้งใหม่ และแบบใหม่ ส่วนชาวไทยก็อาจหวังว่าจะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นและเจริญก้าวหน้าขึ้นใหม่.
ผู้เขียน : ศ.ปรีชา ช้างขวัญยืน ราชบัณฑิต ประเภทปรัชญา สาขาวิชาอัคฆวิทยา สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง
ที่มา : จดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๑๐๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๒

