คำสรรพนามในภาษาไทย ในภาษาไทยการใช้สรรพนามค่อนข้างซับซ้อนมากเนื่องจากลักษณะซับซ้อนของสังคม การใช้คำสรรพนามในสังคมไทยต้องคำนึงถึงระบบอาวุโสทั้งในด้านอายุ อาชีพ ประเพณี ตลอดจนฐานะทางสังคมคำสรรพนามที่ผู้ชายใช้พูดกับบุคคลทั่วไปเพื่อแสดงความสุภาพ คือ ผม เช่น ผมเป็นนักเรียน ส่วนผู้หญิงใช้ว่า ดิฉัน เช่น ดิฉันเป็นครู สำหรับคำที่ทั้งผู้ชายและผู้หญิงใช้พูดกับบุคคลทั่วไปที่มีอาวุโสเสมอกันหรือน้อยกว่า คือ ฉัน เช่น ฉันรักเธอ เมื่อต้องการจะพูดกับผู้มีอาวุโสมากกว่า ผู้หญิงมักใช้คำว่า หนู เช่น แม่จ๋า หนูรักแม่ แต่ถ้าจะพูดอย่างเป็นทางการก็จะใช้ว่า ข้าพเจ้า เช่น ข้าพเจ้ายินดีที่ได้มาพบท่าน คำสรรพนามที่ใช้ได้ทั้งที่ใช้แทนผู้พูดคนเดียวหรือผู้พูดหลายคน คือ คำว่า เรา เช่น เราไม่สบาย “เรา” ในที่นี้แทนผู้พูดคนเดียว แต่ในประโยคว่า เราจะประชุมกันวันนี้ “เรา” ในประโยคนี้แทนผู้พูดหลายคนคำสรรพนามที่ใช้แทนผู้ที่เราพูดด้วย มีดังนี้ คำว่า คุณ ใช้พูดกับบุคคลทั่วไปเพื่อแสดงความสุภาพ เช่น คุณจะไปไหน ผู้หญิงใช้คำว่า เธอ พูดกับเพื่อนหญิง หรือผู้มีอาวุโสน้อยกว่า เช่น เธอจะไปไหน คำว่า หนู ใช้พูดกับผู้มีอาวุโสน้อยกว่า เช่น หนูจะกินไอศกรีมไหม คำว่า แก ใช้พูดกับผู้มีอาวุโสเสมอกันและสนิทกัน เช่น แกจะไปกับฉันไหม และคำว่า ท่าน ใช้พูดกับผู้มีอาวุโสมากกว่า เช่น ท่านจะรับประทานอะไรดีคะคำสรรพนามที่ใช้แทนผู้ที่เราพูดถึงมี ๕ คำ คือ ท่าน ใช้พูดถึงผู้มีอาวุโสมากกว่า หรือบุคคลอื่นอย่างสุภาพ เช่น เราไปพบท่านมาแล้ว เขา ใช้พูดถึงผู้มีอาวุโสเสมอกันหรือน้อยกว่า หรือใช้พูดถึงคนที่ไม่คุ้นเคย เช่น เราได้พบเขาแล้ว เธอ ใช้พูดถึงผู้หญิงอย่างยกย่อง เช่น เราได้พบเธอมาแล้ว แก ใช้พูดถึงบุคคลทั่วไป เช่น เราได้พบแกมาแล้ว มัน ใช้พูดถึงผู้มีอาวุโสเสมอกันหรือน้อยกว่าที่สนิทกัน รวมทั้งใช้กับสัตว์และสิ่งของด้วย เช่น เราได้เจอมันแล้วนอกจากนี้ยังอาจจะใช้คำแสดงลำดับญาติ เช่น พี่ ป้า หรือ คำบ่งอาชีพ เช่น ครู อาจารย์ หมอ บางคนอาจใช้ชื่อจริงหรือชื่อเล่นกับคนที่สนิทสนม เช่น มาลี น้อย แอน เป็นคำสรรพนามก็ได้ นิตยา กาญจนะวรรณ เขียน ชลธิชา สุดมุข สรุป |

