คำเหมือนแต่ความต่าง (๒) เขี้ยว เป็นตัวอย่างคำเหมือนแต่ความต่างในภาษาไทยกรุงเทพกับภาษาไทยถิ่นเหนือ ซึ่งได้กล่าวถึงไปแล้ว ยังมีตัวอย่างคำอีกหลายคำทำนองเดียวกับคำว่า เขี้ยว ดังต่อไปนี้ อู้ ที่เป็นคำกริยาในภาษาไทยกรุงเทพ มีความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ว่า ถ่วง แกล้งทำเสร็จช้าลง เช่น อู้งาน รอเวลาไว้เพื่อหวังเอาประโยชน์ ในความว่า อู้ไว้กินบ้อ (ในการเล่นบ้อหุ้น) ส่วน อู้ ในภาษาไทยถิ่นเหนือ แปลว่า พูด คุย หรือเจรจา คนชอบคุยก็เรียกว่า คนขี้อู้ ถ้าเป็นคนพูดมาก จะเรียกว่า คนอู้นัก หรือ คนปากนัก หรือถ้าเป็นคนพูดจู้จี้ ภาษาไทยถิ่นเหนือจะใช้ว่า คนอู้ย่อย และถ้าเป็นคนพูดห้วน ๆ พูดไม่ยาว ไม่มีโวหารมาก ก็เรียกว่า คนอู้ก้อมบวก ในภาษาไทยกรุงเทพ มีความหมายตามพจนานุกรมฯ ว่า เอาจำนวนหนี่งรวมเข้ากับอีกจำนวนหนึ่งหรือหลายจำนวนให้เป็นจำนวนเพิ่มขึ้นจำนวนเดียวกัน เพิ่มเติมเข้าไป ถ้าเป็นคำวิเศษณ์ บวก หมายความว่า ที่เป็นไปในทางสนับสนุน ทางดี หรือ เชิงสร้างสรรค์ เช่นมองในทางบวก; ในทางคณิตศาสตร์ เรียกจำนวนเลขที่มีค่ามากกว่าศูนย์ ว่า จำนวนบวก บวก ที่เป็นคำนามใช้เรียกเครื่องหมายคณิตศาสตร์รูปดังนี้ + ว่า เครื่องหมายบวก ส่วน บวก ในภาษาถิ่นเหนือ พจนานุกรมล้านนา-ไทย ฉบับแม่ฟ้าหลวง นิยามว่า เมื่อเป็นคำยืม หมายความว่า บวก หรือเพิ่มจำนวน ส่วน บวก ในความหมายที่คนล้านนาใช้กันอยู่ หมายถึง แอ่งน้ำ หรือปลัก หรือแปลงที่เป็นแอ่งโคลนอย่างปลักควาย แอ่งโคลนที่ควายมักลงนอนแช่ หรือที่เรียกว่า ปลักควาย นั้น คนล้านนาเรียกว่า บวกควายหล่ม ในภาษาไทยกรุงเทพ หมายถึง ที่มีโคลนลึก หรือที่ลุ่มด้วยโคลนลึก เมื่อเป็นคำวิเศษณ์ หล่ม หมายความว่า มีโคลนลึก หรือลุ่มด้วยโคลนลึก แต่ หล่ม ในภาษาไทยถิ่นเหนือใช้เป็นคำกริยาได้ด้วย คือ ตกลงไปในช่อง หลุมหรือที่ลึกลงไป หล่ม จะตามด้วยที่ที่ตกลงไป เช่น หล่มขุม หล่มช่อง หล่มโหม้ง (โหม้ง แปลว่า หลุมขนาดใหญ่) นอกจากนั้น หล่ม ยังเป็นชื่อเห็ดชนิดหนึ่ง กินได้แสงจันทร์ แสนสุภา |

