จีวร-ผ้าอาบน้ำฝน เครื่องนุ่งห่ม จัดเป็น ๑ ในปัจจัย ๔ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของทุกคน เครื่องนุ่งห่มอาจมีรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามสภาพภูมิอากาศหรือวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ แต่หากเป็นเครื่องนุ่งห่มของภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนาแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด จะมีเครื่องนุ่งห่มที่เรียกกันว่า จีวร เหมือนกันทุกรูป จีวรทำจากผ้าชนิดใดได้บ้าง รู้ รัก ภาษาไทย เล่ม ๒ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายไว้ สรุปได้ว่าจีวร หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ไตรจีวร คือ เครื่องนุ่งห่มของภิกษุสามเณรที่ประกอบด้วยผ้า ๓ ผืน ได้แก่ ผ้านุ่ง ผ้าห่ม และผ้าซ้อนห่มหรือผ้าพาดบ่า ซึ่งผ้าที่จะนำมาทำเป็นจีวรได้นั้น พระพุทธเจ้าทรงกำหนดอนุญาตให้ใช้ผ้าได้ ๖ ชนิดเท่านั้น คือ ๑. ผ้าเปลือกไม้ เช่น ผ้าลินิน ๒. ผ้าฝ้าย ๓. ผ้าไหมหรือผ้าแพร ๔. ผ้าขนสัตว์ ๕. ผ้าป่าน และ ๖. ผ้าฝ้ายแกมของทั้ง ๕ ชนิดนั้น เช่น ผ้าฝ้ายแกมไหม ความหมายของคำว่า จีวร ที่แท้จริงหมายถึง ผ้าที่พระภิกษุสงฆ์ใช้นุ่งห่มทั้ง ๓ ผืน แต่ปัจจุบันมักใช้เรียกผ้าผืนที่เป็นผ้าห่มของพระภิกษุสามเณรเท่านั้นนอกจากนี้ ยังมี ผ้าอาบน้ำฝน ซึ่งเป็นผ้าสำหรับพระภิกษุใช้นุ่งในเวลาอาบน้ำ เป็นผ้าที่พุทธศาสนิกชนนิยมถวายพระภิกษุในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๗ ไปจนถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ เรียกว่า วัสสิกสาฎก [วัด-สิ-กะ-สา-ดก] เนื่องมาจากในสมัยพุทธกาล นางวิสาขาให้คนรับใช้มาหาภิกษุที่วัด พอดีเป็นเวลาที่ฝนตก พระภิกษุจึงพากันลงมาอาบน้ำฝน คนรับใช้เห็นภิกษุเปลือยกายอาบน้ำฝนจึงไปบอกนางวิสาขาว่าที่วัดมีแต่ชีเปลือย นางวิสาขาจึงขออนุญาตจากพระพุทธเจ้าถวายผ้าสำหรับให้ภิกษุใช้ผลัดอาบน้ำ จึงเป็นข้อบัญญัติว่า ภิกษุต้องนุ่งผ้าอาบน้ำเมื่อไม่ได้อยู่ในที่ลับตาคน และเรียกผ้านั้นเรื่อยมาว่า ผ้าอาบน้ำฝน หรือเรียกย่อ ๆ ว่า ผ้าอาบ.กนกวรรณ ทองตะโก |

