ชนะเป็นมาร

          ในการแข่งขันย่อมมีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ แต่เพื่อไม่ให้คนที่แพ้ต้องเสียใจจนเกินไป ก็เลยมีสำนวนปลอบใจว่า แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร หมายถึง การยอมแพ้ทําให้เรื่องสงบ การไม่ยอมแพ้ทําให้เรื่องไม่สงบ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ในสังคมก็ยังพบผู้ที่อยากจะเป็นมารกันอยู่เสมอ วันนี้จึงนำเรื่องของมาร มาแนะนำให้ผู้อ่านรู้จักกันสักนิด

          มาร ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หมายถึง เทวดาจําพวกหนึ่ง มีใจบาปหยาบช้าคอยกีดกันไม่ให้ทําบุญ หรือหมายถึง ยักษ์; ผู้ฆ่า; ผู้ทำลาย  ในพระพุทธศาสนาหมายถึง ผู้กีดกันบุญกุศล มี ๕ อย่าง เรียกว่า เบญจพิธมาร คือ ขันธมาร กิเลสมาร อภิสังขารมาร มัจจุมาร เทวบุตรมาร  โดยปริยายหมายถึงผู้ที่เป็นอุปสรรคขัดขวาง

          เมื่อคำว่ามารมีความหมายในทางลบแล้ว หากไปประกอบคำอื่นก็จะมีความหมายในทางลบด้วย เช่น มาราธิราช หมายถึง พญามาร  มารคอหอย  หมายถึง ผู้ที่ขัดผลประโยชน์ที่ผู้อื่นจะพึงมีพึงได้  มารผจญ  หมายถึง มารยกทัพมารบ มารที่ยกทัพมาขัดขวางการบำเพ็ญเพียรของพระพุทธเจ้า; โดยปริยายหมายความว่า ขัดขวางไม่ให้สําเร็จประโยชน์   มารสังคม  หมายถึง ผู้ที่เป็นภัยต่อสังคม มารหัวขน  หมายถึง ลูกที่อยู่ในท้องซึ่งยังไม่ปรากฏว่าใครเป็นพ่อ หรือไม่มีใครรับว่าเป็นพ่อ 

          แต่ก็ใช่ว่าจะเลวร้ายไปเสียทั้งหมด  คำว่า มาร  บางครั้งก็มีความหมายในทางที่ดีได้เช่นกัน เช่น มารชิ หรือ มารชิต   หมายถึง ผู้ชนะมาร  คือ พระพุทธเจ้า  มารวิชัย  หมายถึง ชื่อพระพุทธรูปปางหนึ่ง อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางควํ่าลงที่พระชานุ นิ้วพระหัตถ์ชี้ลงที่พื้นธรณีในคราวที่พระองค์ทรงเอาชนะมารได้ ว่า พระปางมารวิชัย พระปางชนะมาร หรือ พระปางสะดุ้งมาร ก็เรียก

          รู้อย่างนี้แล้วก็ใช้วิจารณญาณกันเองนะคะ ว่าอยากจะเป็นพระหรือว่าอยากจะเป็นมาร.

จินดารัตน์   โพธิ์นอก