ชะมดเชียง-ชะมดเช็ด
ในบรรดาสมุนไพรที่ปรากฏชื่อในตำรายาแผนโบราณ ชะมดเชียง เป็นตัวยาชนิดหนึ่งที่หายาก มีสรรพคุณสูงและราคาแพง
ชะมดเชียงมีกลิ่นหอม รสขมเล็กน้อย ตำรายาแผนโบราณระบุว่า ชะมดเชียงมีสรรพคุณแก่โรคลม โรคเกี่ยวกับโลหิต โรคตา เส้นประสาท ไอหอบหืด เป็นยาเร่งในโรคไข้รากสาดน้อย ปอดบวม หลอดลมอักเสบ นอกจากนี้ ยังใช้ในการแต่งกลิ่นเครื่องหอมต่าง ๆ ชะมดเชียงมีสีขาว ลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง ได้จากต่อมกลิ่นของกวางชะมดตัวผู้
กวางชะมด มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Moschus moschiferus เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็กในวงศ์ Cervidae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับกวาง ตัวสั้นป้อม สีน้ำตาลแดง หูตั้ง หางสั้น มีแถบยาวสีขาว ๒ แถบ ขนานกันตามความยาวของลำคอ ที่ตะโพกและหลังช่วงท้ายมีจุดสีขาว ไม่มีเขา ตัวผู้มีเขี้ยวบนยาวประมาณ ๗ เซนติเมตร โผล่ออกมาเห็นได้ชัด ต่อมกลิ่นที่สร้างชะมดเชียงอยู่ระหว่างสะดือกับอวัยวะสืบพันธุ์ กวางชะมดอาศัยอยู่ตามป่าบนภูเขาสูงในประเทศจีนและเนปาล ออกหากินตามลำพังเวลาเช้ามืดหรือพลบค่ำ
นอกจากชะมดเชียงแล้ว ชะมดเช็ด ก็เป็นตัวยาสำคัญอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งมีผู้เข้าใจสับสนกัน สรรพคุณของชะมดเช็ดคล้ายคลึงกับชะมดเชียง ใช้แก้ลมวิงเวียนศรีษะ โลหิตพิการ หืด ไอ เสมหะแห้ง บำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น เป็นส่วนผสมสำคัญในการทำยาหอม มีรสหอมเย็น คาวเล็กน้อย ชะมดเช็ดราคาถูกกว่าชะมดเชียง
ชะมดเช็ดเป็นน้ำมันสีน้ำตาล ได้จากต่อมกลิ่นใกล้เครื่องเพศซึ่งตัวชะมดเช็ดไว้ตามที่ต่าง ๆ เช่น ต้นไม้ ซี่กรง น้ำมันนี้นำไปใช้เป็นตัวยาทันทีไม่ได้เพราะมีกลิ่นคาวมาก ต้องผสมหัวหอมกับผิวมะกรูดหั่นฝอย แล้วห่อด้วยใบพลูนำไปลนไฟให้ไขมันละลาย จากนั้นจึงกรองเอาสิ่งอื่น ๆ ออกแล้วทิ้งไว้ให้เย็นจึงจะนำไปใช้ได้ แต่วิธีนี้ไม่นิยมทำกัน วิธีที่มักทำกันคือ นำไปผสมกับของหอมอื่น ๆ เช่น ผงลูกจัน จันทน์หอม จันทน์เทศ ห่อใบพลูปิ้งไฟจนแห้งเหลืองกรอบ หรือใช้วิธีผสมกับพิมเสนบดละเอียดก็สามารถดับกลิ่นคาวได้เช่นกัน
ชะมดเป็นสัตว์ในวงศ์ Viverridae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับอีเห็นและพังพอน มีลำตัวเรียวยาว ความยาวไม่รวมหาง ๕๔-๘๕ เซนติเมตร เฉพาะหางยาว ๓๐-๔๓ เซนติเมตร หน้าแหลม ปากและจมูกค่อนข้างยาว ขนไม่ลู่แนบกับลำตัวเหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมโดยทั่วไป มักมีลายตามลำตัวเป็นแถบยาวหรือจุด ขาสั้น มีนิ้วข้างละ ๕ นิ้ว เล็บเล็กแหลมคม ซ่อนเล็บไม่ได้อย่างแมว หางมีลายเป็นปล้อง
ในประเทศไทยมีชะมด ๓ ชนิด คือ ชะมดเช็ด [Viverricula malaccensis (Gmelin)] ชะมดแผงหางปล้อง (Viverra zibetha Linn.) และชะมดแผงสั้นหางดำ (Viverra megaspila Blyth) ทั้ง ๓ ชนิดมีลักษณะคล้ายกัน แต่ชะมดเช็ดมีขนาดเล็กที่สุดและไม่มีสันขนสีดำตามแนวสันหลัง ส่วนชะมดแผงหางปล้องมีสันขนสีดำจากด้านหลังของลำคอพาดไปถึงโคนหาง และชะมดแผงสันหางดำมีสันขนพาดไปจนถึงปลายหาง
น้ำมันชะมดเช็ดในธรรมชาติได้จากชะมดทั้ง ๓ ชนิด แต่เนื่องจากมีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการและมีราคาสูง จึงมีการเลี้ยงชะมดเพื่อนำน้ำมันมาใช้และจำหน่าย ชะมดที่นิยมเลี้ยง คือ ชะมดเช็ด เพราะเลี้ยงและหาพันธุ์ได้ง่ายกว่าชนิดอื่น การเลี้ยงชะมดต้องทำกรงให้อาศัย ซี่กรงทำด้วยไม้มีเหลี่ยมคม หมั่นอาบน้ำและทำความสะอาดกรงทุกวัน ให้กินกล้วยและผลไม้ต่าง ๆ กล่าวกันว่าต้องให้กินเนื้อสัตว์สดคาวเสมอ ๆ จึงจะให้น้ำมันมาก เมื่ออายุประมาณ ๒ ปี ครึ่ง ก็จะให้น้ำมันและเริ่มผสมพันธุ์ได้ ชะมดกินอาหารในเวลากลางคืน และเช็ดไขมันไว้ตามซี่กรงในเวลาเช้ามืด การขูดน้ำมันชะมด เชื่อกันว่า ถ้าขูดด้วยทองเหลือง ทองแดง หรือเหล็ก สีของน้ำมันจะดำคล้ำลง ผู้เลี้ยงชะมดเป็นอาชีพจะขูดเก็บด้วยเงินยิ่งบริสุทธิ์ยิ่งดี สีของน้ำมันจะไม่เปลี่ยนแปลง ชะมดเช็ดตั้งท้องนานประมาณ ๒ เดือน ออกลูกครั้งละ ๓-๕ ตัว อายุยืน ๘-๙ ปี.
ที่มา : จดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๒

