ชักหน้าไม่ถึงหลัง
ชักหน้าไม่ถึงหลัง เป็นสำนวน หมายความว่า ขัดสนเพราะรายได้มีไม่พอคุ้มกับรายจ่าย รายได้ที่รับมาเมื่อต้นเดือนไม่พอใช้ไปถึงปลายเดือน.
สำนวนนี้มีที่มาจากการนุ่งผ้า หากผ้าที่นุ่งสั้นไปไม่สามารถหุ้มตัวได้ ก็จะหุ้มได้แต่ด้านหน้า ไม่ถึงด้านหลัง. เมื่อนำสำนวนนี้มาใช้ คำว่า หน้า ในที่นี้ หมายถึงช่วงหน้า คือช่วงแรกของเดือน. หลัง คือ ช่วงหลังของเดือน.
ถ้ารายจ่ายน้อยกว่ารายได้แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่เป็นหนี้เป็นสินใคร. แต่ถ้ารายจ่ายมากกว่ารายได้แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะต้องเป็นหนี้เป็นสินเขา เรียกว่า ชักหน้าไม่ถึงหลัง. ถ้าชักหน้าไม่ถึงหลังทุกเดือนก็คงจะต้องเป็นหนี้เพิ่มและพอกพูนขึ้นไปเรื่อย ๆ.
ฉะนั้น ถ้าต้องการมีชีวิตที่เป็นสุข ก็ต้องพยายามเพิ่มรายได้ขึ้น ลดรายจ่ายลง และดำรงชีพอยู่อย่างพอเหมาะพอสมแก่ฐานะและรายได้ของตน.
ที่มา : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

