ชั่ว ที่ไม่ได้เลวร้าย

          ผู้อ่านท่านหนึ่งขอทราบความหมายของสำนวน ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน เนื่องจากไม่มีอธิบายไว้ใน พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ มีแต่สำนวน ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ ซึ่งหมายความว่า ปล่อยไปตามเรื่องตามราว ไม่เอาเป็นธุระ แม้สำนวน ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน จะไม่ปรากฏในพจนานุกรมฯ แต่ก็ได้ทราบความหมายชัดเจนของสำนวนนี้จากหนังสือ คลังคำ ของ รศ. ดร.นววรรณ พันธุเมธา ราชบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย ว่า ชะตาชีวิตย่อมมีชั่วบ้างดีบ้างสลับกันไป

          ความหมายของคำว่า ชั่ว ที่คนทั่วไปมักจะนึกถึง ก็คือความหมายที่ตรงกันข้ามกับคำว่า ดี แต่อันที่จริง คำว่า ชั่ว ยังมีความหมายอื่นในคำที่คุ้นเคยกันอย่างเช่น ชั่วครู่ ชั่วคราว ชั่วโมง ชั่วแล่น ชั่ว ที่กล่าวถึงนี้ มีความหมายตามพจนานุกรมฯ ว่า ระยะเวลา ในภาษาไทยมีคำหลายคำที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า ชั่ว ซึ่งมีความหมายเกี่ยวกับระยะเวลา ส่วนจะมีระยะเวลาเร็วช้าเพียงใด ขึ้นอยู่กับลักษณะกิริยาอาการที่นำมาใช้เปรียบนั้น ตัวอย่างเช่น ชั่วเบา ซึ่งเป็นคำโบราณ หมายความว่า ชั่วระยะเวลานานตราบที่ยังไม่ได้ถ่ายปัสสาวะ ชั่วอึดใจ หมายความว่า เวลาชั่วกลั้นลมหายใจไว้คราวหนึ่ง ชั่วพริบตา หรือ ชั่วพริบตาเดียว หมายความว่า ในเวลารวดเร็ว มาจากอาการกะพริบตาคือปิดและเปิดหนังตาโดยเร็ว ชั่วลัดนิ้วมือ หรือ ชั่วลัดนิ้วมือเดียว แปลว่า เร็วฉับพลัน ชั่วประเดี๋ยวเดียว สำนวนนี้มาจากคำว่า ลัดนิ้วมือ ซึ่งพจนานุกรมฯ ให้ความหมายว่า เวลาชั่วงอนิ้วมือแล้วดีดออก หนังสือ รู้ รัก ภาษาไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ชั่วลัดนิ้วมือ หรือ ชั่วลัดนิ้วมือเดียว เป็นสำนวนที่ใช้ในวรรณคดีมากกว่าจะใช้ในภาษาพูด มักจะใช้บอกระยะเวลาในการเดินทางไกลของผู้มีอิทธิฤทธิ์ ซึ่งสามารถเหาะเหินไปถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็ว เช่น พญาครุฑบินไปชั่วลัดนิ้วมือก็ถึงวิมานฉิมพลี ชั่วเคี้ยวหมากจืด เป็นสำนวนที่ใช้บอกเวลาโดยเทียบกับระยะเวลาในการเคี้ยวหมาก ๑ คำ คือตั้งแต่เริ่มเคี้ยวหมากจนหมากจืดหมดคำ ซึ่งเรียกว่า หมากจืด จึงคายชานหมากทิ้ง คนโบราณกะระยะเวลาประมาณ ๒๐-๒๐ นาที มาใช้อธิบายช่วงเวลาหนึ่ง ในสมัยโบราณยังไม่มีนาฬิกาบอกเวลา จึงมักคำนวณเวลาด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำ

แสงจันทร์ แสนสุภา