ช้าง

          เมื่อเอ่ยถึงช้าง คนส่วนใหญ่จะทราบว่าช้างเป็นสัตว์กินพืช อยู่รวมกันเป็นโขลง มีช้างพังอายุมากเป็นจ่าโขลง และมี ๒ ประเภท คือช้างพลายซึ่งเป็นช้างตัวผู้ กับช้างพังซึ่งเป็นช้างตัวเมีย  ทั้งที่จริง ๆ แล้วยังมีชื่อเรียกช้างที่มีลักษณะเฉพาะอย่างอื่นอีก ซึ่งพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒  อธิบายไว้ว่า

          ช้างงวง เป็นช้างไม่มีงา บางทีก็เรียกว่าช้างสีดอ  ช้างชนะงา เป็นช้างที่โรยเชือกผ่อนให้เข้าไปใกล้ช้างอีกตัวหนึ่งจนประงาหรือเอางากระทบและเป็นฝ่ายชนะ  ช้างชำนิ เป็นช้างสําหรับขี่ บางทีก็เรียกว่า ช้างที่นั่ง  ช้างต่อ เป็นช้างที่หมอเฒ่าขี่ในการจับช้าง เรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่า ช้างผะชด  ช้างเนียม ในทางกฎหมาย คือช้างที่มีลักษณะ ๓ ประการ คือ พื้นหนังดำ งามีลักษณะดังรูปปลีกล้วย และเล็บดำ  ช้างเผือก เป็นช้างในตระกูลชาติพรหมพงศ์ อิศวรพงศ์ พิษณุพงศ์ หรืออัคนิพงศ์ ที่มีลักษณะ ๗ สี คือ ขาว เหลือง เขียว แดง ดํา ม่วง เมฆ และมีตา เล็บ ขน เป็นต้น ประกอบด้วยคชลักษณ์ด้วย  ช้างยืนแท่น ใช้เรียกช้างสำคัญที่ผูกเครื่องพระคชาธารยืนบนแท่นในงานพระราชพิธี  ช้างยืนโรง ใช้เรียกช้างที่อยู่ประจำโรง  ช้างสำคัญ ในทางกฎหมายเป็นช้างที่มีมงคลลักษณะ ๗ ประการ คือ ตาขาว เพดานปากขาว เล็บขาว ขนขาว พื้นหนังขาวหรือสีคล้ายหม้อใหม่ ขนหางขาว และอัณฑโกศขาวหรือสีคล้ายหม้อใหม่  ช้างสีดอ เป็นช้างพลายที่มีงาสั้นโผล่ออกมาเล็กน้อยผิดกับช้างสามัญ  ช้างสีปลาด [-ปะหฺลาด] ในทางกฎหมายเป็นช้างที่มีมงคลลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดใน ๗ อย่าง คือ ตาขาว เพดานปากขาว เล็บขาว ขนขาว พื้นหนังขาวหรือสีคล้ายหม้อใหม่ ขนหางขาว หรืออัณฑโกศขาวหรือสีคล้ายหม้อใหม่

          แต่ไม่ว่าจะเป็นช้างอะไรก็ตาม  เราทุกคนควรต้องช่วยกันดูแล และอนุรักษ์ช้างที่ถือกันว่าเป็นสัตว์สำคัญคู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่อดีต จริงไหมคะ.

       กนกวรรณ  ทองตะโก