ฌาน คุณผู้อ่านอาจเคยนั่งหลับหรือนั่งเหม่อใจลอยไม่รับรู้อะไรในบางขณะแล้วถูกล้อว่า เข้าฌาน นั่นเป็นความหมายโดยปริยาย พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ระบุว่า ฌาน [ชาน] คือ ภาวะที่จิตสงบแน่วแน่เนื่องมาจากการเพ่งอารมณ์ หรือการเพ่งอารมณ์จนจิตแน่วแน่เป็นสมาธิ หรือเรียกลักษณะการทําจิตให้สงบตามหลักทางศาสนาว่า เข้าฌาน เช่น พระเข้าฌาน ฤษีเข้าฌาน พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน แบ่งฌานเป็น ๒ ประเภท คือ รูปฌาน หมายถึง ฌานที่มีรูปธรรมเป็นอารมณ์ หรือฌานที่เป็นรูปาวจร จัดเป็น ๔ คือ ปฐมฌาน ได้แก่ ฌานที่ ๑ มีองค์ ๕ คือ ยังมีตรึก ซึ่งเรียกว่า วิตก มีตรอง ซึ่งเรียกว่า วิจาร เหมือนอารมณ์แห่งจิตของคนสามัญ มีปีติ คือความอิ่มใจ มีสุข คือความสบายใจอันเกิดแต่วิเวกคือ ความเงียบ และประกอบด้วยจิตมีอารมณ์เป็นหนึ่งลงไปซึ่งเรียกว่า เอกัคตา ทุติยฌาน ได้แก่ ฌานที่ ๒ มีองค์ ๓ คือ ละวิตกวิจารเสียได้ คงอยู่แต่ปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิกับเอกัคตา ตติยฌาน ได้แก่ ฌานที่ ๓ มีองค์ ๒ คือ ละปีติเสียได้ คงอยู่แต่สุขกับเอกัคตา จตุตถฌาน ได้แก่ ฌานที่ ๔ มีองค์ ๒ เช่นกัน ละสุขเสียได้กลายเป็นอุเบกขาคือเฉย ๆ กับ เอกัคตา ฌานอีกรูปแบบคือ อรูปฌาน หมายถึง ฌานที่มีอรูปธรรมเป็นอารมณ์ หรือฌานที่เป็นอรูปาวจร มี ๔ ได้แก่ ๑. อากาสานัญจายตนฌาน ฌานที่กำหนดอากาศ คือ ที่ว่างหาที่สุดมิได้ เป็นอารมณ์ ๒. วิญญาณัญจายตนฌาน ฌานที่กำหนดวิญญาณ คือ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์ที่หาที่สุดมิได้ เป็นอารมณ์ ๓. อากิญจัญญายตนฌาน ฌานที่กำหนดความไม่มีอะไรเลย เป็นอารมณ์ ๔. เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ฌานที่เข้าถึงภาวะที่มีสัญญา (ความจำได้หมายรู้) ก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ เป็นอารมณ์ รูปฌาน ๔ และ อรูปฌาน ๔ นี้ บางทีก็เรียกรวมกันว่า “ฌาน ๘” หรือ “สมาบัติ ๘” รัตติกาล ศรีอำไพ |

