ดำ-แดง (๒)

         นอกจาก ใบดำ ใบแดง คดีดำ คดีแดง และคดีหมายเลขดำ คดีหมายเลขแดง ซึ่งได้กล่าวถึงไปในคราวก่อนแล้ว ยังมีตัวอย่างคำคู่ตรงข้ามอื่นอีกที่ใช้ ดำ กับ แดง ประกอบ คือ เลือดดำ ซึ่งหมายถึง เลือดที่เม็ดเลือดมีออกซิเจนน้อยหรือขาดออกซิเจน มีสีแดงคล้ำ ส่วน เลือดแดง หมายถึง เลือดที่เม็ดเลือดแดงมีออกซิเจนมาก มีสีแดงสด คำว่า ไฝ และ ปาน ก็เป็นอีก ๒ คำ ที่มักใช้คู่กันเป็น ไฝดำ ไฝแดง กับ ปานดำ ปานแดง อย่างไรก็ดี พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ไม่ได้อธิบายความหมายแยกกัน แต่อธิบายรวมกันไว้ว่า ไฝ หมายถึงจุดหรือตุ่มนูนที่มีสีดำหรือแดงขึ้นอยู่ตามตัว แต่ขนาดอาจเปลี่ยนได้ ในส่วนของปาน หมายถึง รอยสีแดงหรือสีดำเป็นต้นที่เกิดเป็นเองตามร่างกายบางแห่งแต่กำเนิด ปานดำ และ ปานแดง ยังเป็นชื่อไข้พิษไข้กาฬที่มีอธิบายไว้ในพจนานุกรมศัพท์แพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ว่า ผู้ป่วยไข้ปานดำจะมีผื่นคล้ายปานสีดำขนาดต่าง ๆ กันผุดขึ้นมา มีไข้ ปวดศีรษะ ตาแดงเชื่อมมัว ร้อนในกระหายน้ำ บางครั้งอาจมีอาการมือเท้าเย็น หรือลิ้นกระด้างคางแข็ง หากผื่นนี้ผุดขึ้นทั่วตัวอาจทำให้ตายได้ ส่วนผู้ป่วยไข้ปานแดงจะมีผื่นคล้ายปานสีแดงขนาดต่าง ๆ กันผุดขึ้นมา มีอาการคล้ายไข้ปานดำ แต่รุนแรงน้อยกว่า

         คำว่า ดำ กับ แดง นอกจากจะอยู่ในคำที่บอกลักษณะตรงข้ามกันดังที่กล่าวไปแล้ว ยังมี ดำ กับ แดง ที่อยู่ในคำเดียวกันและมีความหมายต่าง ๆ กัน เช่น ดำแดง เป็นคำที่ใช้แก่ผิวเนื้อ ๒ สี หมายถึง สีน้ำตาล ดำ ๆ แดง ๆ เป็นสำนวน ถ้าเป็นคำนามหมายถึง ทองรูปพรรณ ซึ่งมีตัวอย่างในเรื่องลักวิทยา ถ้าเป็นคำกริยา ดำ ๆ แดง ๆ หมายความว่า พูดสองแง่สองง่าม หน้าดำหน้าแดง หมายถึง อาการที่ใช้วาจาโต้เถียงกันเพราะมุ่งที่จะเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ถ้า หน้าดำ กับ หน้าแดง แยกกันอยู่ จะมีความหมายอีกอย่างหนึ่ง หน้าดำ หมายความว่า ใบหน้าหมองคล้ำไม่มีราศีเพราะความทุกข์หรือต้องทำงานกลางแจ้งเป็นต้น ส่วน หน้าแดง หมายความว่า หน้าเต็มไปด้วยเลือดฝาด เพราะความกระดากอายหรือโกรธเป็นต้น

แสงจันทร์ แสนสุภา