ดีฉัน

          “พระจันทร์เจ้าขา ดีฉันถามข่าว พระจันทร์โศกเศร้า ดีฉันเป็นทุกข์ พระจันทร์สนุก ดีฉันสบาย พระจันทร์เดือนหงาย ดีฉันเที่ยวเล่น เดือนมืดไม่เห็น ดีฉันนอนเสีย”

          ย่อหน้าข้างต้นเป็นบทร้องกล่อมเด็กที่สืบทอดกันมาในลักษณะของมุขปาฐะ ผู้เขียนคัดลอกมาจากส่วนหนึ่งของบทความเรื่อง เปโมรา (นายโมรา หรือ เปโมรา กวีช่วงรัชกาลที่ ๔ – ๕) : การตีความบทกล่อมเด็ก บทปลอบ และบทเด็กเล่น ซึ่งนิยะดา เหล่าสุนทร ราชบัณฑิต ประเภทวรรณศิลป์ สาขาวิชาวรรณกรรมร้อยแก้ว เรียบเรียงไว้ บทร้องกล่อมเด็กนี้มีการใช้สรรพนามว่า “ดีฉัน” แทนตัวคนร้องเอง โดยพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ อธิบายไว้ดังนี้

          ดีฉัน  เป็นคําสรรพนามใช้แทนตัวผู้พูด เพศหญิง เป็นคําสุภาพ ดิฉัน ก็ว่า ตามแบบผู้ชายใช้ว่า ดีฉัน ผู้หญิงใช้ว่า อีฉัน เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑ ซึ่งตรงกับ คำว่า “ดิฉัน” ที่พจนานุกรมฯ บอกว่า 

          ดิฉัน เป็นคําสรรพนามใช้แทนตัวผู้พูด เพศหญิง เป็นคําสุภาพ ดีฉัน ก็ว่า ตามแบบผู้ชายใช้ว่า ดีฉัน ผู้หญิงใช้ว่า อีฉัน เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑

          จะเห็นได้ว่า คำว่า ดีฉัน นั้น ตามแบบโบราณเป็นคำแทนตัวผู้พูดชาย ส่วนผู้หญิงใช้คำว่า อีฉัน 

          พจนานุกรมฯ ยังอธิบายอีกคำหนึ่ง คือ ดีฉาน ว่า เป็นแบบเดียวกับ ดิฉัน ดีฉัน คือ เป็นคำที่เจ้านายผู้ชายมักใช้กับพระสงฆ์ผู้ทรงสมณศักดิ์ เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑  

          สรุปว่า ทั้ง ดิฉัน ดีฉัน  และ ดีฉาน เป็นคำสรรพนามเดียวกัน สามารถใช้แทนกันได้ เพียงแต่ตามแบบอย่างโบราณ ดีฉัน และ ดีฉาน เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑ แทนตัวผู้ชายนะเจ้าคะ.

รัตติกาล  ศรีอำไพ