ตถตา หลายคนอาจทราบแล้วว่า ปฏิจจสมุปบาท หมายถึง การที่ธรรมทั้งหลายอาศัยกันและกันเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน หรือการเกิดขึ้นพร้อมกันแห่งธรรมทั้งหลายเพราะอาศัยกันและกัน นับเป็นหลักธรรมที่สำคัญที่สุดของพระพุทธศาสนา แสดงให้เห็นว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงล้วนเกิดมาจากเหตุปัจจัย แต่ทราบไหมว่า ปฏิจจสมุปบาท ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีก พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ ๓ อธิบายไว้ที่คำ tathatā ว่า ตถตา (tathatā) หมายถึง ความเป็นอย่างนั้น ความเป็นเช่นนั้น เป็นอีกชื่อหนึ่งของปฏิจจสมุปบาท ซึ่งมีความหมายว่า เป็นไปตามปัจจัย กล่าวคือ สรรพสิ่งในโลกนี้ตกอยู่ลักษณะที่เป็นอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ตามปัจจัย ตถตา นิยมใช้กับคำต่อไปนี้ คือ อวิตถตา และอนัญญถตา เป็นชื่อเรียกปฏิจจสมุปบาทเหมือนกัน อวิตถตา แปลว่า ความไม่เป็นอย่างนั้นหามิได้ หมายถึง เป็นอย่างนั้น ส่วนอนัญญถตา แปลว่า ความไม่เป็นไปโดยประการอื่น หรือความไม่เป็นอย่างอื่น ก็หมายถึง เป็นอย่างนั้น นั่นเอง นอกจากคำ ๓ คำนี้แล้ว ปฏิจจสมุปบาทยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีก คือ ธัมมฐิติ แปลว่า ความตั้งอยู่แห่งธรรม ความตั้งอยู่ตามธรรม และธัมมนิยาม แปลว่า ความแน่นอนแห่งธรรม ความแน่นอนตามธรรม ธรรมในที่นี้ก็หมายถึง องค์ธรรมของปฏิจจสมุปบาท รวมทั้งปัจจัย ๒๔ ในคัมภีร์ปัฏฐาน นั่นเอง ตถตา เป็นที่นิยมนำไปใช้มากในพระพุทธศาสนามหายาน และมีการอธิบายว่า หมายถึง สุญญตา แปลว่า ความว่าง หมายถึง ความไม่มีอะไรปรุงแต่ง แต่เป็นไปตามเหตุปัจจัย ในประเทศไทย ท่านพุทธทาสภิกขุ ได้นำคำว่า ตถตา มาอธิบายตีความให้เป็นที่เข้าใจง่าย โดยเน้นให้เห็นว่า สรรพสิ่งในโลกไม่ว่าสุขหรือทุกข์ต่างเป็นเช่นนั้นเอง คือ เกิดจากเหตุปัจจัย ฉะนั้น จึงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น เพราะทำให้เกิดทุกข์ การอธิบายของพุทธทาสภิกขุเป็นที่นิยมในหมู่ปัญญาชนเพราะเข้าใจง่าย และแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะให้ถูกต้องตรงตามความเดิมในคัมภีร์. กนกวรรณ ทองตะโก |

