ตราสามดวง

          ผู้เขียนเคยเอ่ยถึงกฎหมายตราสามดวงมาหลายครั้งแล้วว่า มีคำหลายคำที่ปรากฏในกฎหมายดังกล่าว เป็นคำที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าในภาษาไทยมีการใช้คำเหล่านั้นกันมานานแล้วอย่างน้อยก็ ๒๐๐ ปีขึ้นไป เช่น อุทลุม สำมะโน แล้วท่านผู้อ่านเดลินิวส์เคยคิดสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่า ตราสามดวง คืออะไร 

          นักประวัติศาสตร์และนักกฎหมายที่สนใจประวัติศาสตร์คงจะเคยคุ้นกันดีว่า ตราสามดวง เป็นชื่อประมวลกฎหมายฉบับแรกแห่งสมัยรัตนโกสินทร์ กฎหมายตราสามดวงจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ ๑” เนื่องจากเป็นกฎหมายที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ตั้งผู้ชำระกฎหมาย ประกอบด้วย อาลักษณ์ (ผู้ทำหน้าที่ทางหนังสือในราชสำนัก) ๔ คน ลูกขุน (ปัจจุบันคือผู้พิพากษา) ๓ คน และราชบัณฑิต ๔ คน ให้เป็นผู้ชำระกฎหมายที่ใช้สืบเนื่องมาแต่สมัยอยุธยา ซึ่งบางบทมีความวิปริตฟั่นเฟือนไป เนื่องจากมีผู้ที่มีความโลภหลง ไม่เกรงกลัวต่อบาป มุ่งแต่จะหาประโยชน์ส่วนตน ทำการแต่งกฎหมายตามชอบใจแล้วนำมาพิพากษาคดีทำให้เสียความยุติธรรม พระองค์จึงทรงให้นำกฎหมายมาชำระและรวบรวมจัดเป็นหมวดเป็นเหล่าเข้าไว้ ตลอดจนดัดแปลงบางบทที่วิปลาสทำให้เสียความยุติธรรมออกไป และในการตรวจสอบชำระขั้นสุดท้ายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้ทรงกระทำด้วยพระองค์เอง กฎหมายตราสามดวงจึงเป็นประมวลกฎหมายที่มีโครงสร้างและองค์ประกอบครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดฉบับหนึ่ง

          ส่วน ตราสามดวง นั้นคือ ตราพระราชสีห์ ตราพระคชสีห์ และตราบัวแก้ว กล่าวคือ ตราพระราชสีห์ เป็นตราประจำตัวของสมุหนายกซึ่งมีอำนาจบังคับบัญชาหัวเมืองฝ่ายเหนือ  ตราพระคชสีห์ เป็นตราประจำตัวของสมุหพระกลาโหมซึ่งมีอำนาจบังคับบัญชาหัวเมืองฝ่ายใต้  ส่วนตราบัวแก้ว เป็นตราประจำตัวของเจ้าพระยาพระคลังหรือโกษาบดีซึ่งมีอำนาจบังคับบัญชาหัวเมืองชายทะเลตะวันออก  การประทับตราทั้ง ๓ ดวงที่ปกแต่ละเล่มของกฎหมายที่ชำระใหม่ จึงมีนัยสำคัญว่ากฎหมายนี้ใช้บังคับทั่วราชอาณาจักร.

จินดารัตน์  โพธิ์นอก