ตริภังค์

          ท่ายืนที่ใช้กับการสร้างหรือเขียนรูปมนุษย์ในงานศิลปะมีหลากหลาย โดยทั่วไปมักจะเรียกตามอิริยาบทที่เห็น เช่น ท่ายืน ท่านั่ง ท่านอน  แต่มีท่าเฉพาะท่าหนึ่งคือ ตริภังค์ ที่ พจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายว่า เป็นท่ายืนโดยเอียงสามส่วนคือ สะโพก ไหล่ ศรีษะ มักพบเสมอในงานศิลปกรรมของอินเดียโบราณที่สร้างขึ้นทั้งในพระพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู ซึ่งแพร่หลายเข้ามาในประเทศไทยราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๒  ส่วนประติมากรรมที่สร้างขึ้นในประเทศไทยในช่วงเวลาหลังจากนั้นเล็กน้อยพบทั้งในพระพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์หรือฮินดูเช่นเดียวกัน  แต่ต่อมาความนิยมท่าตริภังค์ในศิลปะได้หมดไปในเวลาค่อนข้างเร็ว 

          ประติมากรรมโบราณของชาวตะวันตก เช่น รูปวีนัสแห่งเมืองมิโล (Vemus de Milo) ที่มีท่ายืนคล้ายคลึงกับท่าตริภังค์ มีเรียกชื่อเฉพาะว่า contrapposto หรือ contraposte ซึ่งพจนานุกรมศัพท์ศิลปะ อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน บัญญัติศัพท์ว่า รูปตริภังค์ โดยอธิบายว่า เป็นการยืนที่ใช้ขาข้างใดข้างหนึ่งรับน้ำหนักของร่าง ลำตัวบิดเบี้ยว คล้ายรูปตัว S คือศรีษะ ไหล่ และสะโพก เอียงไปคนละทาง  รูปลักษณะเช่นนี้ปรากฏครั้งแรกในสมัยคลาสสิกของกรีก ต่อมาประติมากรอิตาลีในสมัยฟื้นฟูศิลปะวิทยาได้นิยมยกย่องว่ารูปตริภังค์เป็นแบบฉบับของความประสานกลมกลืนและสมดุลของรูปประติมากรรมในท่ายืน จึงมีการบัญญัติคำ contraposto ขึ้นใช้ในสมัยนั้น  ท่ายืนเช่นนี้ในศิลปะตะวันตกได้รับความนิยมอยู่นานกว่าท่ายืนตริภังค์ของศิลปะตะวันออก

          อนึ่ง บทความเรื่อง พระปางประจำวัน และ พระตามวันเกิด ที่ลงเผยแพร่ในวันอังคารที่ ๒๑ และวันพุธที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๔๔๓ ผู้เขียนเขียนคำว่า ปางป่าลิไลย์ ในบทความ ซึ่งอาจทำให้สับสนว่าสะกดถูกต้องหรือไม่  จึงขอเรียนให้ทราบว่าคำสะกดที่ถูกคือ ปางป่าลิไลยก์  ผู้เขียนจึงขออภัยในความผิดพลาดดังกล่าว มา ณ ที่นี้

   พัชนะ  บุญประดิษฐ์