ตลาด

          เวลาพูดถึงคำว่า “ตลาด” คนทั่วไปมักจะนึกถึงภาพสถานที่ที่ผู้คนมาชุมนุมกันเพื่อซื้อขายสินค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะอาหารสด มีเสียงจ้อกแจ้กจอแจโดยเฉพาะในตอนเช้า ตลาดบางแห่งมีพื้นเฉอะแฉะ และมีกลิ่นของความเป็นตลาดคือกลิ่นของสดคาว

          “ตลาด” มีความหมายอย่างเป็นทางการตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ว่า “ที่ชุมนุมเพื่อซื้อขายของต่าง ๆ” และความหมายในทางกฎหมายคือ “สถานที่ซึ่งปรกติจัดไว้ให้ผู้ค้าใช้เป็นที่ชุมนุมเพื่อจำหน่ายสินค้าประเภทสัตว์ เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ หรืออาหารอันมีสภาพเป็นของสด ประกอบหรือปรุงแล้ว หรือของเสียง่าย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีการจำหน่ายสินค้าประเภทอื่นด้วยหรือไม่ก็ตาม และหมายความรวมถึงบริเวณซึ่งจัดไว้สำหรับให้ผู้ค้าใช้เป็นที่ชุมนุมเพื่อจำหน่ายสินค้าประเภทดังกล่าวเป็นประจำหรือเป็นครั้งคราวหรือตามวันที่กำหนด”

          ปัจจุบันคำว่า “ตลาด” มีความหมายกว้างขึ้น โดยเฉพาะในทางเศรษฐศาสตร์ “ตลาด” มิได้เป็นเพียงสถานที่ซื้อขายสินค้าประเภทต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงสถานที่ซื้อขายบริการต่าง ๆ และกลไกในการซื้อขายอีกด้วย  พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งกำลังจัดพิมพ์เผยแพร่ได้ให้บทนิยามคำ ตลาด (market) ว่า “องค์ประกอบที่มีผู้ซื้อ ผู้ขาย สินค้าหรือบริการ และกลไกที่ก่อให้เกิดการตกลงซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีสถานที่แน่นอน และไม่จำเป็นที่ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องมาพบกันโดยตรง อีกนัยหนึ่ง หมายถึง สถานที่หรือศูนย์กลางการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการ เช่น ตลาดหลักทรัพย์ ตลาดโภคภัณฑ์ การแบ่งประเภทของตลาดในทางเศรษฐศาสตร์ จะแบ่งตามลักษณะของสินค้าหรือบริการ เช่น ตลาดผลผลิต ตลาดปัจจัยการผลิต ตลาดการเงิน และแบ่งตามโครงสร้างและพฤติกรรม เช่น ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์”

          ตัวอย่างคำที่ได้ยินบ่อย ๆ เช่น ตลาดแรงงาน (labour market)  ตลาดมืด (black market)  ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (foreign exchange market; forex market)

    แสงจันทร์  แสนสุภา