ตัวเลขให้ความหมาย

          เมื่อพูดถึงจำนวนนับก็ต้องนึกถึงตัวเลข แต่จำนวนนับนี้จะกล่าวถึงที่นำมาใช้เป็นคำหรือใช้เป็นสำนวน ซึ่งให้ความหมายแตกต่างกันไป เช่น 

          เจ็ดชั่วโคตร เป็นคำนาม หมายถึง วงศ์สกุลที่สืบสายโลหิต ซึ่งนับตั้งแต่ตัวเองขึ้นไป ๓ ชั้น คือ ชั้นพ่อ ชั้นปู่ ชั้นทวด และนับจากตัวเองลงมาอีก ๓ ชั้น คือ ชั้นลูก ชั้นหลาน และชั้นเหลน รวมเป็นเจ็ดชั่วโคตร 

          แปดสาแหรก เป็นคำนามใช้เป็นคําเรียกต้นวงศ์สกุล คือ บิดามารดาของปู่และย่า (๔ คน) บิดามารดาของตาและยาย (๔ คน) รวมเป็น ๘ คน โดยเทียบสาแหรกที่มีข้างละ ๔ ขา ๒ ข้างเป็น ๘ ขา

          แปดเหลี่ยมแปดคม แปดเหลี่ยมสิบสองคม ใช้เป็นสำนวน หมายถึงมีเล่ห์เหลี่ยมมาก

          สองต่อสอง เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึง แต่ลําพัง ๒ คน โดยเฉพาะในที่ลับหูลับตาคนอื่น มักใช้แก่ชายหนึ่งและหญิงหนึ่งที่อยู่ด้วยกันตามลําพัง

          สองหน้า เป็นคำนาม เป็นชื่อกลองชนิดหนึ่ง รูปคล้ายเปิงมางแต่ใหญ่กว่า ใช้ตีทั้ง ๒ ข้าง เมื่อเป็นสํานวนใช้เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึงที่ทําตัวให้ทั้ง ๒ ฝ่ายต่างเข้าใจผิดกัน โดยหวังประโยชน์เพื่อตน เช่น เขาเป็นคนสองหน้า อย่าไว้ใจเขานักนะ

          สองสลึงเฟื้อง เป็นภาษาปากซึ่งเป็นคำวิเศษณ์ ใช้เป็นสำนวน หมายถึงบ้า ๆ บอ ๆ หรือมีสติไม่สมบูรณ์ หรือมีจิตใจใกล้ไปทางบ้า ๆ บอ ๆ สำนวนนี้ใช้ว่า สามสลึงเฟื้อง ไม่เต็มเต็ง หรือ ไม่เต็มบาท ได้ในความหมายเดียวกัน

          นอกจากนี้ยังมีสำนวนที่ใช้จำนวนนับเป็นคำประกอบ เช่น ชายสามโบสถ์ เป็นคำนาม หมายถึง ผู้ที่บวชแล้วสึกถึง ๓ หน จะใช้พูดเป็นเชิงตําหนิว่าเป็นคนที่ไม่น่าคบ

          ตบมือข้างเดียวไม่ดัง เป็นคำกริยา หมายถึง ทําอะไรฝ่ายเดียวไม่เกิดผล

          ตัวต่อตัว เป็นคำนาม หมายถึง หนึ่งต่อหนึ่ง มักใช้ในการต่อสู้

   พัชนะ  บุญประดิษฐ์