ตาบอกใจ

          ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ เป็นสำนวนไทยที่ใช้กันมานานแล้วแม้ว่าจะไม่มีเก็บไว้ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ใน รู้ รัก ภาษาไทย เล่ม ๔ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน สำนวน ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ หมายความว่า ความรู้สึกรัก ชอบ ชัง โกรธ ฯลฯ ที่แสดงออกทางตา อาจรู้ได้จากการมองตาของบุคคลนั้น ในภาษาไทยมีคำกริยาและคำวิเศษณ์หลายคำที่ใช้เฉพาะกับดวงตาเพื่อบอกความรู้สึก ดังตัวอย่างจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ต่อไปนี้

          เวลาโกรธ กิริยาอาการที่แสดงออกทางตาคือ ขึงตา ซึ่งแปลว่า จ้องดูอย่างเขม็งด้วยอาการโกรธ หรือด้วยประสงค์จะห้าม ขึงตา ใช้ว่า ถลึงตา ก็ได้ ถ้ามองอะไรที่เห็นไม่ชัด หรือไม่แน่ใจ หรือตาสู้แสงไม่ได้ มีคำกริยาใช้ว่า หรี่ตา ซึ่งแปลว่า ทำตาให้หยีลงเพื่อให้แสงสว่างเข้าตาน้อยหรือเพื่อเป็นอาณัติสัญญาณบางอย่าง หรือใช้ว่า หยีตา ก็ได้ คำที่มีความหมายคล้าย ๆ กับ หรี่ตา ก็คือ หลิ่วตา ซึ่งหมายถึง หรี่ตาลงข้างหนึ่ง เพื่อเล็งดูด้วยตาอีกข้างหนึ่ง โดยปริยายหมายถึงให้สัญญาณด้วยอาการเช่นนั้นเพื่อให้ลงมือทำการหรือไม่ทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเพื่อแสดงอาการล้อเลียนหยอกล้อ กิริยาที่เป็นอาณัติสัญญาณให้ผู้อื่นกระทำหรือเว้นกระทำอีกอย่างหนื่งคือ ขยิบตา ซึ่งเป็นการทำหลับตาแล้วลืมโดยเร็วครั้งหนึ่ง แต่ถ้ากะพริบตา ก็คือปิดและเปิดหนังตาโดยเร็วครั้งหนึ่ง โดยเป็นอาณัติสัญญาณให้ผู้อื่นกระทำหรือเว้นกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เวลาที่กลัวมาก ๆ กิริยาอย่างหนึ่งที่แสดงออกทางตาคือ เหลือกตา คำว่า เหลือก ถ้าเป็นกริยา แปลว่า ทำให้ลูกตาอยู่ข้างบน แต่ถ้าเป็นวิเศษณ์ แปลว่า กลอกขึ้น เบิกกว้าง (ใช้แก่ตา) ลูกตาดำอยู่ข้างบน ในคำว่า ตาเหลือก

          นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างสำนวนที่พูดถึงตา ๒ สำนวน ที่แสดงกิริยารักใคร่ชอบพอ เช่น ตาเฟื้องตาสลึง หมายความว่า ตาที่แสดงอาการว่าชอบพอรักใคร่ เป็นการทอดไมตรีในทางชู้สาว (มักใช้แก่หญิงสาว) ตาเล็กตาน้อย หมายความว่า ตาที่แสดงอาการว่าชอบพอรักใคร่ เป็นการทอดไมตรีในทางชู้สาว (มักใช้แก่หญิงสาว) หรือตาที่แสดงอาการประจบประแจง (มักใช้แก่เด็ก)

แสงจันทร์ แสนสุภา