ตา ท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ” กันมาบ้างนะคะ ประโยคดังกล่าวทำให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนว่า คนไทยให้ความสำคัญกับคำว่า “ตา” มาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้คำอธิบายคำว่า “ตา” ไว้ว่า “ตา” หมายถึง พ่อของแม่ ผัวของยาย ชายที่เป็นญาติชั้นเดียวกับพ่อของแม่หรือที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับตา ภาษาปาก หมายถึง คำเรียกชายสูงอายุที่ตนไม่ค่อยเคารพนับถือ เช่น ตาเถร ตาแก่ หรือเรียกชายรุ่นราวคราวเดียวกันอย่างเป็นกันเอง เช่น ตาเกิ้น ตาโย่ง หรือเรียกเด็กชายที่ตนเอ็นดูรักใคร่ เช่น ตาหนู นอกจากนี้ “ตา” ยังหมายถึง ส่วนหนึ่งของร่างกายคนและสัตว์ ทำหน้าที่เป็นเครื่องดูรูป; ส่วนหนึ่งของต้นไม้ตรงที่แตกกิ่ง รอยของต้นไม้ตรงที่เคยแตกกิ่ง; ช่องที่เกิดจากการถัก สาน หรือ ลากเส้นผ่านกัน เช่น ตาร่างแห ตาตะแกรง ตาตาราง และหมายถึง คราว เช่น ตานี้ ถึงตาฉันบ้างละนะ หรือใช้เรียกลายที่เป็นตาตามรูปต่าง ๆ ตามลักษณะของสิ่งของ เช่น ตาสมุก ตาราชวัติ ตาหมากรุก ตาเมล็ดงา ตาเม็ดบัว พจนานุกรมยังมีสำนวนเกี่ยวกับ “ตา” ที่น่าสนใจมากมาย เช่น ตาเจ้าชู้ หมายถึง ตาที่แสดงอาการกรุ้มกริ่มเป็นเชิงทอดไมตรีในทางชู้สาว ตาบอดคลำช้าง หมายถึง คนที่รู้อะไรด้านเดียวหรือนัยเดียวแล้วเข้าใจว่าสิ่งนั้นเป็นอย่างนั้น ตาโต หมายถึง อาการที่ตาเบิกกว้างเพราะอยากได้เมื่อเห็นเงินเป็นต้น แสดงอาการอยากได้เมื่อเห็นเงินเป็นต้น ตาบอดได้แว่น หมายถึง ผู้ที่ได้สิ่งซึ่งไม่เป็นประโยชน์แก่ตน มักพูดเข้าคู่กับ หัวล้านได้หวี เป็น หัวล้านได้หวี ตาบอดได้แว่น ตาบอดสอดตาเห็น หมายถึง อวดรู้ในเรื่องที่ตนไม่รู้ ตาเป็นมัน หมายถึง อาการที่จับตามองจ้องดูสิ่งที่ต้องใจอย่างจดจ่อ ตาเป็นสับปะรด หมายถึง มีพรรคพวกที่คอยสอดส่องเหตุการณ์ให้อยู่รอบข้าง ตาเฟื้องตาสลึง หมายถึง ตาที่แสดงอาการว่าชอบพอรักใคร่ เป็นการทอดไมตรีในทางชู้สาว (มักใช้แก่หญิงสาว) ตาไม่มีแวว หมายถึง ไม่รู้จักของดี เช่น เขาเป็นคนตาไม่มีแวว มีของดีมาให้เลือกยังไม่ยอมเลือก ตามีตามา ตาสีตาสา หมายถึง ชาวบ้านทั่ว ๆ ไป. อิสริยา เลาหตีรานนท์ |

