ต่อยหอย องค์ความรู้ภาษาไทย โดยราชบัณฑิตยสถาน ในวันนี้ขอเสนอสำนวนไทยที่มีที่มาอันเกี่ยวพันกับสัตว์ สำนวนหนึ่งคือ สำนวน ต่อยหอย พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ อธิบายว่า ต่อยหอย เป็นคำวิเศษณ์ ใช้แก่กริยาพูด หมายถึง ฉอด ๆ หมายถึง ไม่รู้จักหยุด และหนังสือสำนวนไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน กล่าวถึงสำนวน ต่อยหอย ไว้ โดยแยกอธิบายว่า คำว่า ต่อย ถ้าเป็นคำกริยามีความหมายหลายความหมาย เริ่มตั้งแต่ หมายถึง ชก หมายถึง เอาของแข็งหรือของหนักตีหรือทุบให้ลิ ให้แตก หรือให้หลุดออก เช่น ต่อยหิน ต่อยมะพร้าว ต่อยมะขวิด คำว่า ต่อย ยังมีความหมายว่า ใช้เหล็กในที่ก้นแทงเอา เช่น ผึ้งต่อย มดตะนอยต่อย นอกจากนั้นยังมีความหมายโดยปริยายว่า ทําให้แตก เช่น เด็กเอาจานไปต่อยเสียแล้ว เมื่อรวมคำว่า ต่อย กับคำว่า หอย เป็น ต่อยหอย จะเป็นสำนวนที่มีที่มาจากการต่อยหอยต่าง ๆ เช่น หอยนางรม ที่เกาะอยู่ตามหิน ซึ่งวิธีการต่อยเอาหอยนางรมออกมานั้น จะทำโดยใช้ค้อนเล็ก ๆ เคาะให้เปลือกหอยแตกออก เพื่อเอาตัวหอยที่อยู่ข้างใน และในระหว่างที่ต่อยหอยนั้นจะได้ยินเสียงค้อนกระทบเปลือกหอยดังอยู่เรื่อย ๆ จึงนำมาใช้เปรียบผู้ที่พูดไม่หยุดว่า พูดเป็นต่อยหอย หรือพูดอย่างกับต่อยหอยแต่ไม่ว่าจะพูดเป็นต่อยหอยหรือพูดน้อยเพียงไรก็ตาม ผู้ใหญ่และครูบาอาจารย์ก็สอนเสมอว่าคำพูดที่ออกจากปากนั้น ควรเป็นคำพูดที่ทำให้เกิดความรักและเข้าใจกัน ในเรื่องที่ว่าด้วยการพูดจานี้ ทางภาคเหนือของเราก็มีภาษิตที่คมคายและมีความหมายลึกซึ้งอยู่หลายภาษิต ในที่นี้จะขอยกภาษิตบทที่ รศ.กรรณิการ์ วิมลเกษม ได้กล่าวถึงไว้ใน หนังสือ ภาษิต สำนวนไทย ๔ ภาค ของราชบัณฑิตยสถานคือ ภาษิตบทที่ว่า คันว่าจะมัด บ่ต้องมัดด้วยปอ คำปากคำคอ มัดกันก็ได้ แปลว่า หากจะผูกมัด ไม่ต้องมัดด้วยเชือกปอ ใช้คำพูดผูกมัดกันก็ได้ หมายความว่า คำพูดของคนเรานั้นสามารถผูกหรือมัดใจผู้ฟังได้ดีกว่าการมัดด้วยเชือก.นฤมล บุญแต่ง |

