ต้นสาละ
ต้นสาละ เป็นไม้สำคัญในพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับการประสูติและปรินิพพานของพระพุทธเจ้า สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่มที่ ๒๗ ได้อธิบายถึงต้นสาละไว้ว่า เป็นไม้ผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงได้ถึง ๓๕ เมตร ลักษณะทั่วไปมีเรือนยอดโปร่ง เปลือกหนาแตกเป็นร่องตามยาว ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงเวียนรูปขอบขนานแกมรูปไข่ แผ่นใบเกลี้ยงทั้ง ๒ ด้าน ปลายใบเรียวแหลมสั้น โคนใบเป็นรูปหัวใจ
ประโยชน์ของต้นสาละมีหลายอย่าง สาละ เป็นไม้เนื้อแข็ง จึงสามารถนำมาใช้ในการก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรงและทนทาน เปลือกของสาละมีรสฝาดของแทนนิน ซึ่งมีผลในทางสมุนไพรรักษาแผลและการคันจากการแพ้ (แทนนิน เป็นสารที่มีโมเลกุลใหญ่และโครงสร้างซับซ้อน มีสถานะเป็นกรดอ่อนรสฝาด เป็นสารให้ความฝาดในพืช) นอกจากนี้ ต้นสาละ ยังมีชันและน้ำมันปริมาณมาก ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมสารเคลือบมันชักเงาต่าง ๆ เช่นเดียวกับชันจากต้นไม้ในสกุลยาง และสกุลเต็งรังชนิดอื่น ๆ
สาละมีเขตการกระจายพันธุ์กว้างขวางและหนาแน่นในประเทศแถบเชิงเขาหิมาลัย ในประเทศอินเดียพบทางตอนกลางและตอนเหนือไปจนถึงรัฐอัสสัม ในประเทศบังกลาเทศพบกระจายอยู่ทั่วไป ยกเว้นบริเวณตอนใต้ของเมืองจิตตะกอง และในประเทศเนปาลพบกระจายเป็นแนวยาวจากภาคตะวันตกสู่ภาคตะวันออก โดยทั่วไปพบทั้งในที่ราบและเชิงเขา การกระจายของต้นสาละคล้ายป่าเต็งรังในประเทศไทย คือ เป็นป่าผลัดใบบริเวณกว้าง และมีไม้ชนิดที่ผลัดใบอื่นขึ้นแซมประปราย เช่น พวกสกุลสมอไทย พวกสกุลตะแบก
ในประเทศไทย หลวงบุเรศรบำรุงการรายงานว่า มีการนำต้นสาละมาปลูกที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน วิทยาลัยเผยแพร่พระพุทธศาสนา ตำบลกระทิงลาย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี สวนลุมพินี และพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน.
อิสริยา เลาหตีรานนท์

