ถ้ำหินตูนหวง         ในประเทศไทย สถานที่เก็บรักษาพระไตรปิฎกส่วนใหญ่จะอยู่ที่หอไตรของทุกวัด  แต่ในสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น พบว่าในอดีตเก็บรักษาพระไตรปิฎกไว้ภายในถ้ำหินตูนหวง   ถ้ำนี้มีความเป็นมาและความสำคัญอย่างไร พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๓ (แก้ไขเพิ่มเติม) เล่าไว้ว่า

         ถ้ำหินตูนหวงตั้งอยู่ในอำเภอตูนหวง ทางทิศตะวันตกของมณฑลกานซู่ สาธารณรัฐประชาชนจีน สร้างเมื่อพุทธศตวรรษที่ ๔ และสิ้นสุดการก่อสร้างเมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๔ ในสมัยราชวงศ์ถังหรือถาง (พ.ศ. ๑๑๖๑–๑๔๕๐) ซึ่งถือเป็นยุครุ่งเรืองของถ้ำหินแห่งนี้ เพราะปรากฏว่ามีถ้ำหินใหญ่น้อยมากกว่า ๑๐๐๐ ถ้ำ รวมความยาวกว่า ๖ กิโลเมตร และมีการสร้างเพิ่มและบูรณะมาเรื่อย ๆ จนถึงสมัยราชวงศ์ซ้องหรือโซ่งตอนต้น แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันในระดับสากล

         จนกระทั่งสมัยฮ่องเต้กวางซู่ (Guangxu พ.ศ. ๒๔๒๒) แห่งราชวงศ์เช็งหรือชิง มีชาวฮังการีชื่อว่าล็อกซี (I. De Lóczy) เดินทางไปเที่ยวชมถ้ำหินตูนหวง พบว่าจิตรกรรมฝาผนังในถ้ำเป็นศิลปะที่ล้ำค่าระดับโลก จึงนำไปเปิดเผยให้เป็นที่รู้จักแก่ชาวโลกหลังจากเดินทางกลับประเทศ  ทำให้มีนักวิชาการระดับสากลเริ่มรู้จักและสนใจถ้ำหินตูนหวงมากขึ้น  และเนื่องจากก่อนที่รัฐบาลจีนจะเข้ามาจัดการดูแลถ้ำหินนี้  ได้มีชาวต่างชาติลักลอบนำพระไตรปิฎกฉบับคัดด้วยมือ รวมถึงจิตรกรรมฝาผนังภายในถ้ำออกไปเป็นจำนวนมาก โดยพบว่าไปปรากฏอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของฝรั่งเศส อังกฤษ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกามากที่สุด   จนเมื่อรัฐบาลจีนเข้าไปจัดการดูแล  พระไตรปิฎกดังกล่าวเหลืออยู่เพียง ๘๐๐๐–๙๐๐๐ เล่มเท่านั้น และปัจจุบันเก็บรักษาไว้ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

         ปัจจุบัน ถ้ำหินตูนหวงยังมีถ้ำที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์และกึ่งสมบูรณ์ รวม ๔๙๒ ถ้ำ มีพระพุทธรูปและรูปพระโพธิสัตว์ เป็นต้น มากกว่า ๒๐๐๐ รูป จิตรกรรมฝาผนังที่ครอบคลุมเนื้อที่มากกว่า ๔๕๐๐ ตารางเมตร และยังมีวิหารโครงไม้อีก ๕ แห่ง เป็นการรวมสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรมฝาผนังไว้อย่างกลมกลืน ถือเป็นคลังแห่งพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก.

       กนกวรรณ  ทองตะโก