ทำไมจึงเปรียบว่าอาภัพเหมือนปูน


          คนไทยสมัยก่อนนิยมกินหมาก ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญ ๓ อย่าง คือ หมาก พลู และปูน หมาก เป็นไม้จำพวกปาล์ม ผลมีรสฝาด   พลู เป็นไม้เถา ใบมีรสเผ็ดร้อน ใช้ทำยาและใช้กินกับหมาก ส่วน ปูน เป็นสารที่ได้จากหินปูนหรือเปลือกหอยที่เผาจนสลายตัว เมื่อผสมกับผงขมิ้นและน้ำแล้วจะเป็นสีแดง เรียกว่า ปูนแดง ใช้ป้ายใบพลูที่กินกับหมาก ส่วนประกอบทั้ง ๓ อย่างนี้ต่างก็มีความสำคัญเท่ากัน  แต่เวลาพูดเรามักกล่าวแต่เพียงว่า “กินหมาก” หรือ “กินหมากกินพลู” ไม่มีใครเอ่ยถึง “ปูน” เลย ภาชนะใส่หมากพลูซึ่งเรียกว่า “เชี่ยน” เราเรียกว่า “เชี่ยนหมาก” ไม่มีคำว่า ปูน อีกเช่นกัน จึงมีสำนวนเปรียบเทียบผู้ที่มีความสำคัญหรือมีคุณความดีแต่ถูกมองข้ามไปว่าเป็นผู้ที่ “อาภัพเหมือนปูน” เช่น เขาเป็นคนมีความสามารถ แต่ก็อาภัพเหมือนปูน  เจ้านายไม่เคยเห็นความสำคัญเลย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.