นาปี-นาปรัง

          คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักชื่อข้าวว่าเป็นข้าวหอมมะลิ  ข้าวเสาไห้  ข้าวขาวตาแห้ง เป็นต้น แต่สำหรับชาวนาผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ นอกจากจะต้องทราบชื่อพันธุ์ข้าวที่จะปลูกแล้ว  ยังต้องทราบด้วยว่าข้าวแต่ละพันธุ์เป็นข้าวชนิดใด เป็นข้าวนาปีหรือนาปรัง  ชอบน้ำมากหรือน้อย ซึ่งจะมีผลต่อการตั้งท้องและออกรวงของข้าวแต่ละพันธุ์   สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่ม ๑๕ อธิบายไว้ว่า

          นาปี  คือนาข้าวที่ทำในระหว่างเดือนเมษายนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นฤดูการทำนาปรกติ   พันธุ์ข้าวนาปีจะออกดอกตามวันและเดือนที่ค่อนข้างตายตัว ไม่ว่าจะตกกล้าในเดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม หรือสิงหาคม  เมื่อถึงวันที่จะออกดอกก็ออกพร้อมกันหมด เนื่องจากช่วงของแสงต่อวันบังคับ  ตามปรกติจะแบ่งวันหนึ่งออกเป็น กลางวัน ๑๒ ชั่วโมง  กลางคืน ๑๒ ชั่วโมง แต่เนื่องจากการหมุนรอบตัวเองของโลก จึงทำให้แต่ละส่วนของโลกได้รับแสงอาทิตย์ในแต่ละวันไม่เท่ากัน  ทำให้เมื่อช่วงของวันยาวขึ้นข้าวก็จะเจริญเติบโตทางลำต้น ไม่ออกรวง หรือถ้าออกรวงได้ก็ไม่พร้อมกันในต้นเดียว บางรวงก็แก่โน้มลง บางรวงก็เพิ่งตั้งท้อง  จนเมื่อช่วงของวันเริ่มสั้นลง ข้าวพวกนี้จะเจริญทางพันธุ์ (ออกรวง)  ดังนั้น การทำนาล่า เช่น ปักดำในเดือนตุลาคม ต้นข้าวจะเตี้ย แตกกอน้อย รวงเล็ก เพราะยังไม่ทันเจริญทางลำต้นก็ต้องมาเจริญทางพันธุ์ นั่นคือ วันสั้นยาวมีผลต่อการออกรวงของข้าว  ข้าวประเภทนี้จึงเรียกว่า “ข้าวนาปี” หรือ “ข้าวไวแสง” ซึ่งเป็นข้าวที่ออกตามฤดูกาล

          นาปรัง คือนาข้าวที่ต้องทำนอกฤดูทำนาเพราะในฤดูทำนา น้ำมักจะมากเกินไป  ซึ่งข้าวที่ใช้ทำนาปรังจะเป็นข้าวที่แสงไม่มีอิทธิพลต่อการออกดอก ซึ่งเรียกว่า “ข้าวนาปรัง” หรือ “ข้าวไม่ไวแสง”  ซึ่งเป็นข้าวที่ออกตามอายุ ไม่ว่าจะปลูกเมื่อใด พอครบอายุก็จะเก็บเกี่ยวได้ 

          กว่าข้าวจะเติบโตจนตั้งท้องและออกรวงจนกลายมาเป็นข้าวให้เรารับประทานได้นั้น ต้องใช้ระยะเวลาและความอุตสาหะอย่างมากของชาวนา ดังนั้น เวลารับประทานข้าวทุกครั้ง ไม่ควรให้เหลือติดจานไว้นะคะ.

        กนกวรรณ  ทองตะโก