นามบัตร

          เวลาพบปะกับบุคคลอื่นที่เพิ่งจะได้รู้จักกัน  นอกจากมิตรภาพที่หยิบยื่นให้แก่กันแล้ว เรามักจะนิยมมอบกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่เรียกกันว่า “นามบัตร” แก่บุคคลนั้นเพื่อเป็นการแนะนำตัวอย่างสุภาพอีกด้วย  ทราบไหมคะว่านามบัตรมีที่มาอย่างไร และมีกี่แบบ สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม ๑๕  อธิบายไว้ว่า

          นามบัตรมีมาตั้งแต่กาลดึกดำบรรพ์ในประเทศจีน  ส่วนในยุโรปมีการใช้ในประเทศเยอรมนีมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒๑ และแพร่หลายในประเทศฝรั่งเศสในพุทธศตวรรษที่ ๒๒ สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔

          นามบัตรตามความนิยมสากลนั้น จะต้องพิมพ์ชื่อไว้กลางนามบัตร  ในวงราชการจะมีชื่อและตำแหน่งบนนามบัตรอย่างเดียว หากมียศถาบรรดาศักดิ์ให้พิมพ์ไว้หน้าชื่อ  ส่วนในวงธุรกิจมี ๒ ลักษณะคือ ๑) นามบัตรที่มีชื่อและตำแหน่งอย่างเดียว  และ ๒) นามบัตรที่มีชื่อและตำแหน่ง  กับมีชื่อบริษัท ห้างร้าน สถานที่ประกอบกิจและหมายเลขโทรศัพท์ที่มุมล่างด้านซ้ายหรือขวา  หากจะแจ้งที่พักอาศัยและโทรศัพท์ส่วนตัวก็ให้ไว้ที่มุมล่างอีกด้านหนึ่ง  สำหรับนามบัตรส่วนตัวจะมี ๓ ลักษณะคือ ๑) นามบัตรที่พิมพ์ชื่ออย่างเดียว  ๒) นามบัตรคู่สามีและภริยา  และ ๓) นามบัตรสองลักษณะดังกล่าวแต่แจ้งที่อยู่อาศัยและหมายเลขโทรศัพท์ไว้ด้วย

          ประโยชน์ของนามบัตรนอกจากจะใช้เพื่อแนะนำซึ่งกันและกันแล้ว ยังช่วยให้อีกฝ่ายจดจำชื่อและตัวสะกดที่ถูกต้องด้วย  และในบางโอกาสยังใช้นามบัตรเพื่อเขียนข้อความสั้น ๆ เพื่อแสดงความยินดี ความเสียใจ การเชิญ การอำลาเป็นต้น  ซึ่งเมื่อได้รับนามบัตรข้างต้นผู้รับนามบัตรนั้นจะต้องส่งนามบัตรตอบขอบใจทันทีภายใน ๒-๓ วันเป็นอย่างช้า ยกเว้นนามบัตรเพื่ออำลาที่ไม่ต้องตอบ

          การติดนามบัตรพร้อมกับของขวัญหรือช่อดอกไม้นั้น หากนำไปมอบด้วยตนเองไม่จำเป็นต้องเขียนข้อความใด ๆ เพราะของขวัญหรือช่อดอกไม้นั้นเป็นการแสดงความปรารถนาดีอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ได้มอบสิ่งเหล่านั้นด้วยตนเอง ก็ควรเขียนข้อความเล็กน้อยบนนามบัตรด้วยนะคะ.

       กนกวรรณ  ทองตะโก