นามลักษณ์–aptronym

          ชื่อและนามสกุลของบุคคลเป็นสิ่งที่อาจสะท้อนให้เห็นข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับเจ้าของชื่อนั้นได้ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ความเชื่อ หรือแม้แต่คุณลักษณะประจำตัวของเจ้าของชื่อ   เมื่อเห็นนามสกุลที่ขึ้นต้นด้วยแซ่ เช่น   แซ่เบ๊ แซ่เตีย แซ่ลิ้ม ก็ค่อนข้างแน่ใจได้ว่า เจ้าของนามสกุลต้องเป็นชาวจีน และอาจจะบอกได้ลึกซื้งกว่านั้นว่าเป็นชาวจีนแต้จิ๋ว หรือเมื่อเห็นคำว่า มุฮัมมัด (Muhammad) อยู่ในชื่อบุคคล ก็อาจบอกได้ว่าบุคคลนั้นเป็นชาวมุสลิม   ชื่ออีกประเภทหนึ่งที่บอกถึงลักษณะทางสรีระหรืออุปนิสัยของเจ้าของชื่อนั้นได้ เช่น อ้วน พี โย่ง ดำ ขาว เฉื่อย ว่อง ชื่อประเภทนี้มีศัพท์ภาษาอังกฤษใช้ว่า aptronym พจนานุกรมศัพท์วรรณกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้บัญญัติศัพท์นี้ว่า นามลักษณ์ และให้ความหมายไว้ดังนี้  

          “ชื่อที่ตั้งให้เหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะอุปนิสัยของบุคคลและ/หรืออาชีพของบุคคลนั้น ๆ เช่น Hunter Farmer Cooper Smith Mason Miller Draper  คนไทยสมัยก่อนก็ตั้งชื่อตามรูปลักษณะหรือผิวพรรณ เช่น ดำ แดง ขาวเตี้ย และโดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์และราชทินนามให้สอดคล้องกับลักษณะอุปนิสัยและหน้าที่การงานของบุคคลนั้น ๆ เช่น พระยามหาวินิจฉัยมนตรีดุลประเพณีนิตยวิเคราะห์ (นักกฎหมาย)  หลวงประดิษฐ์บาทุกา (ช่างรองเท้า) หลวงประดิษฐไพเราะ (นักดนตรี) นายลิขิตสารสนอง (อาลักษณ์)

          การใช้นามลักษณ์พบมากในละครศีลธรรม (morality play) เช่นในเรื่อง Everyman  (ประมาณ ค.ศ. ๑๕๐๙-๑๕๑๙)   มีตัวละครชื่อ Everyman Good Deeds Fellowship หรืออุปมานิทัศน์ (allegory) เช่น เรื่อง The Pilgrim’s Progress  (ค.ศ. ๑๖๗๘) ของจอห์น  บันยัน มีตัวละครชื่อ Christian Faithful Worldly Wiseman  ในวรรณกรรมไทย เช่น เรื่อง ธรรมาธรรมะสงคราม  พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีตัวละครคือ ธรรมะเทวะบุตรและอธรรมะเทวะบุตร”

        แสงจันทร์  แสนสุภา