น้ำกับชีวิต

เราใช้ประโยชน์จาก “น้ำ” ในการดื่มกิน ชำระล้างสิ่งต่าง ๆ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ  นอกจากนี้ อีกบทบาทหนึ่งของน้ำที่เราลืมไม่ได้ก็คือ น้ำในพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนเรา   เรื่องของ “น้ำ” ดังว่ามานี้ จะมีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมใด ในรูปแบบใดบ้าง ผู้เขียนได้รวมความส่วนหนึ่งมานำเสนอในที่นี้แล้ว

หนังสือ รู้ รัก ภาษาไทย เล่ม ๕ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  มีอธิบายคำเกี่ยวกับ “น้ำ” ในพิธีกรรมของชีวิตคนเราไว้คำหนึ่งคือ คำว่า อาบน้ำศพ  ตามประเพณีไทยเมื่อผู้ใดผู้หนึ่งสิ้นชีวิตลง ญาติพี่น้องจะทำพิธีอาบน้ำศพ คือ ชำระล้างร่างกายผู้ตายให้สะอาด แต่งกายด้วยเสื้อผ้าให้สวยงามเรียบร้อย  ปัจจุบันเมื่ออาบน้ำศพเรียบร้อยแล้ว มักจะเชิญญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง และผู้ที่เคารพนับถือมาอาบน้ำศพอีกครั้งหนึ่งด้วยน้ำอบไทย  การอาบน้ำศพในช่วงนี้มักใช้วิธีรดน้ำลงที่มือของผู้ตาย และมักเรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า รดน้ำศพ  การรดน้ำศพเป็นโอกาสให้ลูกหลาน ญาติพี่น้อง และมิตรสหายผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ขออโหสิกรรมจากผู้ตาย และได้เห็นหน้าผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย  ผู้ที่เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป และข้าราชการฝ่ายทหารตำรวจยศชั้นร้อยตรีขึ้นไป อาจขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพได้ ตามวิธีการที่กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง กำหนดไว้

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ก็มีอธิบายคำเกี่ยวกับ “น้ำ” ในชีวิตของเราไว้หลายคำ เช่นคำว่า ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา แปลว่า ดื่มน้ำสาบานและปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดิน เรียกสั้น ๆ ว่า ถือน้ำ ก็ได้  คำว่า ลอยบาป หมายถึง ปลดเปลื้องบาปให้ลอยไปตามแม่น้ำคงคาตามลัทธิศาสนาพราหมณ์  คำว่า ล้างบาป หมายถึง พิธีทางศาสนาคริสต์ซึ่งทำแก่ทารกที่บิดามารดานับถือศาสนาคริสต์ หรือแก่บุคคลที่เดิมนับถือศาสนาอื่นแล้วหันมานับถือศาสนาคริสต์ โดยจุ่มหัวหรือตัวลงในน้ำศักดิ์สิทธิ์ ๓ ครั้ง หรือเทน้ำศักดิ์สิทธิ์ลงบนหน้าผาก ซึ่งถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการล้างบาปเพื่อรับเข้าเป็นคริสต์ศาสนิกชน เรียกว่า พิธีล้างบาปหรือพิธีศีลจุ่ม.

อารยา  ถิรมงคลจิต