น้ำตาล น้ำตาล มีปรากฏในเอกสารเก่าตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่จะมีน้ำตาลมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบแน่ชัด ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ปรากฏหลักฐานว่า ในพระนครศรีอยุธยามีการค้าขายน้ำตาล และในกฎหมายตราสามดวงซึ่งชำระในสมัยรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ปรากฏว่ามีการเก็บค่าอากรเตาน้ำตาล คือ เตาที่ใช้เคี่ยวน้ำตาลเพื่อจำหน่าย พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ อธิบายว่า น้ำตาล เป็นสารประกอบคาร์โบไฮเดรตประเภทโมโนแซ็กคาไรด์และไดแซ็กคาไรด์ ซึ่งมีรสหวาน โดยมากได้จากตาล มะพร้าว อ้อย เท่าที่ทราบเรามีน้ำตาลมากมายหลายชนิด โดยอาจจะเรียกตามวัตถุดิบที่ทำ เช่น น้ำตาลที่ทำมาจากตาล เรียกว่า น้ำตาลโตนด ส่วนที่ทำมาจากมะพร้าว เรียกว่า น้ำตาลมะพร้าว หรือเรียกตามลักษณะของน้ำตาลนั้น ๆ เช่น ทำเป็นงบ คือ เป็นแผ่นกลม ๆ เล็ก ๆ เรียกว่า น้ำตาลงบ หรือ งบน้ำตาล ถ้าทำมาจากน้ำอ้อย เรียกว่า น้ำอ้อยงบ หรือ งบน้ำอ้อย น้ำตาลจากน้ำอ้อยที่ทำเป็นเม็ด ๆ ละเอียดเหมือนทราย เรียกว่า น้ำตาลทราย ถ้ายังไม่ได้ทำเป็นน้ำตาลทราย จะเรียกว่า น้ำตาลทรายดิบ ถ้าทำเป็นก้อนแข็งเหมือนกรวด เรียกว่า น้ำตาลกรวด ถ้าเคี่ยวให้ข้นจนเป็นยางอย่างน้ำผึ้ง เรียกว่า น้ำตาลตงุ่น ถ้าหยอดใส่ใบตาลหรือใบตองแห้งแล้วทําเป็นรูปปี่ เรียกว่า นํ้าตาลปี่ ถ้าหยอดใส่หม้อ เรียกว่า น้ำตาลหม้อ ถ้าหลอมเป็นปึก เรียกว่า น้ำตาลปึก ถ้าบรรจุใส่ปีบหรือปี๊บ ก็เรียกว่า น้ำตาลปีบ หรือ น้ำตาลปี๊บ ซึ่งส่วนใหญ่ทำมาจากน้ำตาลมะพร้าว ส่วนน้ำตาลจากมะพร้าวหรือตาลที่รองมาใหม่ ๆ ยังไม่ได้เคี่ยว จะเรียกว่า นํ้าตาลสด ถ้าต้มให้เดือด เรียกว่า น้ำตาลลวก ถ้าใส่เปลือกตะเคียน มะเกลือ หรือเคี่ยม แล้วหมักไว้ระยะหนึ่งจนมีแอลกอฮอล์ กินแล้วเมา เรียกว่า นํ้าตาลเมา. ปิยรัตน์ อินทร์อ่อน |

