น้ำในพิธีกรรม

หนังสือ รู้ รัก ภาษาไทย เล่ม ๖ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้รวบรวมคำต่าง ๆ เกี่ยวกับ “น้ำ” ในพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคนเราไว้หลายคำ  คำแรกที่น่าจะคุ้นหูท่านผู้อ่านก็คือ คำว่า กรวดน้ำ  กรวดน้ำเป็นการแผ่ส่วนบุญให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วด้วยวิธีหลั่งน้ำ  เราจะกรวดน้ำหลังจากที่ได้ทำบุญกล่าวคำถวายภัตตาหารหรือเครื่องไทยทานทั้งหลายให้แก่พระภิกษุแล้ว  เมื่อพระสงฆ์รับพิจารณาอนุโมทนา และประธานสงฆ์เริ่มต้นบทสวดว่า “ยถา วาริวหา…”  ผู้กรวดน้ำจะรินน้ำจากเต้ากรวดน้ำลงในภาชนะรองรับ พร้อมกับตั้งใจอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปเรื่อย ๆ จนถึงช่วงสุดท้ายว่า “…มณิโชติรโส ยถา” ก็เทน้ำจนหมด แล้ววางที่กรวดน้ำ เพราะพระจะเริ่มให้พรด้วยคำว่า “สัพพีติโย…”  ให้ประนมมือรับพรจากพระสงฆ์   เรื่องบทสวดในการกรวดน้ำนี้มีคำบอกให้จำง่าย ๆ ด้วยว่า “ยถา สวดให้ผี สัพพี สวดให้คน”  สำหรับน้ำที่กรวดแล้ว ซึ่งเรามักจะนำไปรดลงดินในบริเวณที่เหมาะสม เช่น ที่โคนไม้ใหญ่ นั้นถือกันว่าเป็นการบอกให้พระธรณีเป็นพยานในการทำบุญทำกุศล

คำเกี่ยวกับ “น้ำ” อีกคำหนึ่ง คือ คำว่า ลอยอังคาร  ลอยอังคารเป็นคำเรียกพิธีลอยเถ้าถ่านของศพที่เผาแล้วลงน้ำ  สันนิษฐานกันว่าได้รับอิทธิพลมาจากชาวฮินดูในประเทศอินเดีย เนื่องจากชาวฮินดูจะเผาศพกันที่ริมแม่น้ำคงคาซึ่งเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์  และเมื่อเสร็จพิธีจะกวาดทั้งกระดูกและเถ้าลงแม่น้ำ เพราะเชื่อว่าทำให้ผู้ล่วงลับเป็นผู้บริสุทธิ์ ได้ไปสู่สวรรค์  คนไทยคงถือตามคติดังกล่าวนี้ แต่บุตรหลานจะเก็บอัฐิหรือกระดูกที่เผาแล้วและเถ้าอังคารส่วนหนึ่งไปไว้ในที่อันควร เช่น สถูป หรือใส่โกศไว้บูชาที่บ้าน  ส่วนที่เหลือจึงนำไปลอยในทะเล แม่น้ำ หรือแหล่งน้ำที่ญาติ ๆ เห็นว่าเหมาะสม  เพราะเชื่อว่าผู้ล่วงลับไปแล้วจะร่มเย็นเป็นสุข เหมือนน้ำที่มีแต่ความชุ่มเย็น

คำเกี่ยวกับ “น้ำ” คำสุดท้ายที่จะกล่าวถึงคือ คำว่า ทรงพระสุหร่าย ซึ่งใช้เฉพาะเป็นราชาศัพท์ หมายถึง การที่พระมหากษัตริย์ทรงโปรยน้ำ  คำว่า สุหร่าย มาจากภาษาเปอร์เซีย หมายถึง เครื่องโปรยน้ำให้เป็นฝอยอย่างฝักบัวสำหรับอาบน้ำ  เมื่อใช้เป็นกริยาจะเติมคำว่า ทรง เข้าไปข้างหน้า เป็น ทรงพระสุหร่าย หมายความว่า ทรงโปรยน้ำ สะบัดน้ำ หรือฉีดน้ำเป็นฝอย.

อารยา  ถิรมงคลจิต