บรรณาธิการ-บรรณาการ (๑)
บรรณาธิการ กับ บรรณาการ มีความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ด้วยรูปคำที่คล้ายกัน บางครั้งจึงมีผู้ใช้คำ ๒ คำนี้สับสน พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ นิยามคำ บรรณาธิการ ว่า ผู้จัดเลือกเฟ้น รวบรวม ปรับปรุง และรับผิดชอบเรื่องลงพิมพ์ ส่วน บรรณาการ หมายถึง สิ่งที่ส่งไปให้ด้วยความเคารพนับถือหรือด้วยไมตรี
บรรณาธิการ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า editor ผู้ที่บัญญัติศัพท์ บรรณาธิการ ขึ้นใช้ คือ อัศวพาหุ ซึ่งเป็นนามปากกาของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มาของคำ บรรณาธิการ ปรากฏในพระราชนิพนธ์เรื่อง “คำใช้แทนคำ เอดิเตอร์”ซึ่งอ้างในสารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่มที่ ๑๖ สรุปได้ว่า แต่เดิมคำว่า editor คงจะใช้เป็นคำทับศัพท์ว่า เอดิเตอร์ กันมาค่อนข้างแพร่หลาย จนมีผู้แสดงความคิดเห็นว่า ควรจะหาคำที่เป็นภาษามคธหรือสันสกฤตใช้แทนคำทับศัพท์ เอดิเตอร์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นด้วยเนื่องจากคำว่า เอดิเตอร์ ในภาษาต่างประเทศ แต่ละประเทศก็ใช้ในความหมายต่างกัน พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ว่า “ส่วนคำไทยที่จะใช้แทนคำ เอดิเตอร์ ของอังกฤษนั้น ข้าพเจ้าได้ลองนึกดูอยู่ ยังหาไม่ได้เหมาะใจเลย ที่นึกได้อย่างสั้นว่า ผู้รวบรวม ก็ยังไม่เหมาะทีเดียว เพราะความยังเลือน ๆ อยู่ ถ้าจะให้แจ่มแจ้งต้องใช้ว่า ผู้รวบรวมเรื่อง ก็ยังดูเคอะอยู่อีก จึงลองหันไปหาทางภาษามคธหรือสันสกฤตดูบ้าง ” พระองค์ทรงคิดไปถึงคำว่า สาราณียกร แต่ก็ยังไม่ทรงพอพระราชหฤทัย นอกจากนั้นก็ยังมีคำว่า ปัณณะการี ซึ่งมีผู้ได้ออกความเห็นมาให้ใช้ พระองค์ทรงลองค้นดูในพจนานุกรมได้ความว่า ปณฺณํ แปลว่า หนังสือ การี แปลว่า อันเนื่องด้วยการ ความหมายของคำยังไม่ค่อยตรงนัก เพราะคำ การี เป็นคุณศัพท์ไม่ใช่นามศัพท์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้เหตุผลในการใช้คำ บรรณาธิการ ว่า “บรรณ จากคำสันสกฤต ปรฺณัม ซึ่งเป็นคำเดียวกับ ปณฺณํ นั่นเอง แต่เขียนแผลงตามระเบียบของหนังสือไทย ประกอบกับคำ อธิการ ซึ่งในภาษาสันสกฤตและมคธเหมือนกัน แปลว่า ผู้กระทำ แปลรวมคำ บรรณาธิการ ว่า “ผู้กระทำการหนังสือ” ดูก็กินความได้หมดจดดีอยู่ แต่จะหากมีผู้ท้วงได้ก็เพียงว่า คล้ายคำ บรรณาการ อยู่หน่อย ซึ่งแท้จริงก็ไม่สำคัญนักเพราะคงไม่ได้ใช้ปนกันได้เลย ” ทางราชการและประชาชนก็ได้เริ่มใช้คำว่า บรรณาธิการ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
แสงจันทร์ แสนสุภา

