บันไดแก้ว

          เมื่อพูดถึงบันได ทุกคนรู้จักและคงนึกถึงส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของอาคาร ที่มีลักษณะเป็นขั้น ๆ สำหรับก้าวขึ้นลงระหว่างชั้น อาจทำด้วยวัสดุต่าง ๆ ที่เหมือนหรือต่างกับอาคารนั้น ๆ 

          บันไดที่จะกล่าวถึงนี้ไม่ใช่ส่วนประกอบของอาคาร แต่เป็นงานศิลปกรรมที่เรียกว่า บันไดแก้ว ซึ่งมี ๒ ความหมายดังนี้

          ความหมายแรก คือ เป็นภาพเขียนตามจินตนาการของช่างเขียนไทย มีปรากฏให้เห็นเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังตามวัดต่าง ๆ ที่เขียนภาพพุทธประวัติ  โดยเขียนเป็นภาพบันไดแก้วทอดลงมาสู่โลกมนุษย์ และมักเขียนภาพบันได ๒ ข้างของบันไดแก้วเป็นบันไดทองและบันไดเงิน แต่บางแห่งเขียนเพียงบันไดแก้วอย่างเดียวก็มี  ภาพบันไดแก้วที่กล่าวถึงในพุทธประวัตินี้เป็นภาพตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์ แวดล้อมด้วยภาพเทวดา มนุษย์ และสัตว์นรก เป็นจำนวนมาก  ตามพุทธประวัติเล่าว่าเมื่อพระพุทธองค์เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังวันออกพรรษาได้แสดงอภินิหาร โดยทรงเนรมิตให้โลกทั้ง ๓ โลก คือ โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ และนรก มองเห็นกัน  ภาพจิตรกรรมที่เขียนจึงมีทั้งภาพเทวดา มนุษย์ และสัตว์นรก ปรากฏรายล้อมอยู่รอบ ๆ  หากสนใจอยากชมภาพบันไดแก้วนอกจากดูได้ตามวัดแล้ว ยังไปชมภาพดังกล่าวได้ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร กรุงเทพฯ

          บันไดแก้วความหมายที่ ๒ ไม่ใช่บันไดแต่เป็นที่พาดหรือวางพระแสงดาบราชศัสตราวุธ หรือใช้วางคัมภีร์ใบลาน  บันไดแก้วนี้จัดเป็นของสูงหรือมีความศักดิ์สิทธิ์  ลักษณะเป็นราวบันไดขนาดเล็กเรียงคู่ขนานห่างกันประมาณ ๒๐-๕๐ เซนติเมตร ไม่มีขั้นบันได  ตอนล่างทำเป็นฐานสำหรับยึดเพื่อให้ตั้งได้ จุดหรือตำแหน่งที่ควรเป็นขั้นบันไดเจาะเป็นช่องเว้าให้ตรงกันทั้ง ๒ ข้าง หรือทำหมุดยื่นออกมาเพื่อใช้เป็นที่พาดพระแสงหรือวางคัมภีร์ใบลาน  บันไดแก้วนี้ส่วนใหญ่ทำด้วยไม้ ตกแต่งเป็นลวดลายไทย นิยมทำเป็นลายรดน้ำและประดับกระจก  ในปัจจุบันอาจหาดูได้ยาก

  พัชนะ  บุญประดิษฐ์