บารมี

          ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันที่หลายคนอยากจะเป็นผู้มีบารมี แต่รู้บ้างหรือไม่ว่าการจะเป็นผู้มีบารมีต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง  เรื่องนี้ราชบัณฑิตยสถานมีคำตอบ

          บารมี  ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้นิยามไว้ว่า หมายถึง คุณความดีที่ควรบําเพ็ญมี ๑๐ อย่าง คือ ทาน ศีล  เนกขัมมะ (การออกจากกาม คือ บวช) ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิฏฐาน เมตตา อุเบกขา เรียกว่า ทศบารมี; คุณความดีที่ได้บําเพ็ญมา คุณสมบัติที่ทําให้ยิ่งใหญ่ เช่นว่า ชมพระบารมี พระบารมีปกเกล้าฯ พ่ายแพ้แก่บารมี. (มาจากภาษาบาลีว่า ปารมี)

          นอกจากนี้ในพจนานุกรมศัพท์สังคมวิทยา ของราชบัณฑิตยสถาน ได้เก็บคำบารมีไว้เช่นกัน โดยเป็นศัพท์บัญญัติของคำ charisma  และหนังสือดังกล่าวได้ให้นิยามตามความคิดของ มักซ์ เวเบอร์ (Max Weber) ว่า  “บารมี หมายถึง คุณลักษณะเฉพาะของบุคลิกภาพ ซึ่งทำให้ผู้นั้นแตกต่างจากบุคคลทั่วไป และได้รับยกย่องว่ามีอำนาจเหนือธรรมชาติและเหนือมนุษย์ หรืออย่างน้อยก็มีอำนาจหรือคุณสมบัติพิเศษบางอย่าง ซึ่งคนธรรมดาไม่มี และถือว่าเป็นคุณสมบัติที่มาจากแหล่งศักดิ์สิทธิ์หรือมีความพิเศษ ทำให้บุคคลผู้นั้นได้รับยกย่องว่าเป็นผู้นำ

          บารมีเป็นสิ่งพิเศษที่เกิดขึ้นภายในตัวบุคคล และนำมาใช้ให้เกิดขบวนการใหม่หรือโครงสร้างใหม่ เวเบอร์มองว่า ผู้นำที่มีบารมีอาจใช้สิทธิอำนาจถ่วงดุลระบบบริหารที่เคร่งครัด เป็นพลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม แม้ว่าบารมีจะปรากฏในตัวบุคคล  แต่ผู้นำที่มีบารมีสามารถสื่อสารให้เห็นความศักดิ์สิทธิ์ในตนเอง ซึ่งทำให้ผู้ตามรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องตอบสนอง

          บารมีเป็นสิ่งที่ไม่ถาวร อาจหมดสิ้นไปเมื่อผู้นำเสียชีวิตหรือเมื่อผู้นำอ้างบัญชาของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเหตุนี้ ผู้นำจึงพยายามปรับสิทธิอำนาจบารมีให้เป็นสิทธิอำนาจนิติธรรมหรือสิทธิอำนาจประเพณี เพื่อจะได้มีผู้สืบทอดเจตนารมณ์ต่อ”

          จินดารัตน์  โพธิ์นอก